“เมื่อกี้ล้มจนเจ็บหรือเปล่า? ให้พี่ดูหน่อย”
หลินกั๋วจื้อคิดว่าหลินเจียวเจียวคงล้มจนเจ็บ แต่ไม่ได้บอกเขา ถึงได้ยืนไม่ยอมเดินต่อ
น้องสาวคงเจ็บมากแน่ ๆ เขาประมาทได้ยังไงกัน?
“พี่รอง หนูไม่เป็นไรจริง ๆ ค่ะ”
“แค่คิดอะไรที่มีความสุขขึ้นมาได้ เลยเผลอใจลอยไปชั่วขณะ”
สีหน้าเบิกบานของหลินเจียวเจียวไม่ได้เสแสร้ง รอยยิ้มสดใส ดวงตาและคิ้วผ่อนคลาย ดูไม่เหมือนคนบาดเจ็บเลยสักนิด
หลินกั๋วจื้อถึงได้วางใจ
“มา พี่รองจูงเธอเอง”
หลินกั๋วจื้อยื่นมือออกไป ตั้งใจจะจูงน้องสาวเดินไปด้วยกัน
“ไม่ต้องหรอกค่ะพี่รอง พี่เดินนำไปก่อนเถอะ”
หลินเจียวเจียวเพิ่งได้โสมอายุร้อยปีมา ก็เลยอยากลองดูรอบ ๆ ว่ามีต้นอื่นอีกไหม
เธอไม่อยากให้พี่รองจูงมือเดินไปด้วย
ถ้าเป็นอย่างนั้น เธอก็คงมองสำรวจไปทั่วไม่ได้
“งั้นก็ได้”
เห็นน้องสาวคนเล็กยืนกราน หลินกั๋วจื้อจึงได้แต่เดินนำต่อไป
คราวนี้หลินเจียวเจียวไม่ได้เดินรั้งท้ายแล้ว เพียงแต่ดวงตากลอกไปมา มองหาโสมอีกต้นอย่างตั้งใจ
เธอรู้ว่าโสมอย่างนี้ ถ้ามีอยู่ต้นหนึ่ง ก็ต้องมีต้นที่สอง
อย่างไรเสีย เมล็ดที่ร่วงลงมาก็ไม่น่าจะมีแค่เมล็ดเดียว
แม้จะไม่รู้ว่าอัตราการงอกจะดีแค่ไหน แต่ก็คงไม่งอกขึ้นมาแค่ต้นเดียวแน่
เมื่อคิดเช่นนี้ หลินเจียวเจียวก็ยิ่งเพ่งมองอย่างจริงจัง
บางทีสวรรค์คงสัมผัสได้ถึงความจริงใจของเธอ ก่อนจะออกจากบริเวณนี้ ในที่สุดเธอก็พบโสมอีกต้นหนึ่ง
