เมื่อร่างกายของหลินเจียวเจียวแข็งแรงขึ้นเรื่อย ๆ เรี่ยวแรงก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย จิตวิญญาณของคนทำงานจากชาติก่อนคล้ายจะค่อย ๆ ตื่นขึ้นมา
เธอรู้สึกอยู่เสมอว่าการเดินเตร่ไปมาอยู่บ้านทั้งวันไม่ใช่เรื่องเป็นการเป็นงาน จึงเริ่มคิดอยากออกไปทำงาน
แต่ในยุคนี้ งานไม่ได้หากันง่าย ๆ
ก่อนหน้านี้เธอใช้โสมแลกโอกาสได้งานมาหนึ่งครั้ง แต่ก็ยกให้น้องชายคนที่สามไปแล้ว
ตอนนี้อยากทำงาน ก็ทำได้เพียงออกไปลองเสี่ยงดวงอีกครั้ง
หรือไม่ก็…
เมื่อนึกถึงจดหมายที่ส่งไปนานแล้ว หลินเจียวเจียวจึงบอกจางอ้ายฮวาว่าอยากเข้าอำเภอไปเดินเล่น
จางอ้ายฮวาตอบตกลงทันทีโดยไม่ถามอะไรสักคำ
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น เธอก็พาหลินเจียวเจียวขึ้นเกวียนวัวจากหมู่บ้านข้าง ๆ เข้าเมืองอำเภอ
เมื่อถึงเมืองอำเภอ จางอ้ายฮวาก็ถามหลินเจียวเจียว
“ลูกจ๋า อยากไปเดินเล่นที่ไหนล่ะ?”
“จะไปตลาดเช้าก่อน หรือไปกินมื้อเช้าที่ร้านอาหารของรัฐดี?”
ได้ยินจางอ้ายฮวาถาม หลินเจียวเจียวก็คิดอยู่ครู่หนึ่ง
ไปไปรษณีย์ยังไม่ต้องรีบ อย่างไรก็เปิดตอน 8:30 น.
มื้อเช้ามีเวลาให้กิน ตลาดเช้าก็มีเวลาให้เดิน
ถ้าพ้นเวลาไปแล้ว ก็เดินตลาดเช้าไม่ได้ ทั้งยังกินมื้อเช้าไม่ทันด้วย
ไหน ๆ ก็มาแล้ว เธอคิดว่าจะไปเดินตลาดเช้าสักพักก่อน จากนั้นค่อยแวะกินมื้อเช้า แล้วสุดท้ายค่อยไปถามข่าวที่ไปรษณีย์
เมื่อตัดสินใจได้ หลินเจียวเจียวก็บอกจางอ้ายฮวาว่าจะไปเดินตลาดก่อน
“ได้สิ ในเมื่อลูกอยากเดินตลาด งั้นเราก็ไปเดินกัน”
คราวนี้พวกเธอไปตลาดใหญ่แห่งเดิมที่เคยไป บรรยากาศยังคึกคักเหมือนก่อน
