จากนั้น หัวหน้ากองผลิตก็พาหลินเจียวเจียวไปคำนับป้ายบรรพชนของตระกูลหลิน
แล้วพาหลินเจียวเจียวไปยังสุสานบรรพบุรุษ เพื่อบอกกล่าวเรื่องราวแก่ผู้ล่วงลับ
หลินเจียวเจียวจึงได้กลายเป็นลูกสาวตระกูลหลินอย่างสมบูรณ์
ส่วนหัวหน้ากองผลิตก็ประกาศต่อชาวบ้านอย่างเป็นทางการว่า เขาได้พบลูกสาวที่พลัดพรากกันไปนานแล้ว
เมื่อเกอชิงชิงได้ยินข่าวนี้ ถึงได้ตระหนักว่าตัวเองเข้าใจผิดไปมากแค่ไหน
มิน่าล่ะหัวหน้ากองผลิตถึงได้จงใจเล่นงานเธอขนาดนี้ เขาคงรู้เรื่องที่เธอทำกับหลินเจียวเจียวแล้ว
ถึงได้คอยหาเรื่องกลั่นแกล้งเธอสารพัด
เกอชิงชิงตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อ นอกจากออกไปทำงานแล้วก็ไม่กล้าออกจากบ้านเลย
ต่อมา เธอทนไม่ไหวอีกต่อไป จึงตรงไปที่สำนักงานปัญญาชนลงชนบทเพื่อขอย้ายออกจากกองพลชิงซาน
เธออยากไปเป็นปัญญาชนในหมู่บ้านอื่น ไม่อยากอยู่ในกองพลชิงซานอีกแล้ว
ตอนเจ้าหน้าที่สำนักงานปัญญาชนลงชนบทถามถึงสาเหตุ เกอชิงชิงก็ไม่กล้าพูดความจริง เพียงบอกว่าไม่คุ้นกับสภาพแวดล้อม
แต่เจ้าหน้าที่สำนักงานปัญญาชนลงชนบทปฏิเสธคำขอของเธอ บอกให้กลับไปค่อย ๆ ปรับตัว
เกอชิงชิงไม่กล้าอยู่ในกองพลชิงซาน จึงไปโวยวายที่สำนักงานเป็นระยะ
สุดท้ายเจ้าหน้าที่สำนักงานปัญญาชนลงชนบทก็เรียกหัวหน้ากองผลิตไปสอบถาม
หัวหน้ากองผลิตตอบว่าไม่รู้อะไรทั้งนั้น บอกว่าเกอชิงชิงอยู่ในกองผลิตได้ดี ทุกวันก็ลงไปทำงานในนา
ถึงจะได้แต้มแรงงานไม่มาก แถมไม่ค่อยขยันเท่าไร แต่อย่างน้อยก็ยังออกไปทำงาน
เมื่ออีกฝ่ายถามความเห็นของเขาเรื่องที่เกอชิงชิงอยากออกจากกองพลชิงซาน หัวหน้ากองผลิตก็แสดงท่าทีเสียดายอย่างยิ่ง
