“พี่รอง ฉันว่าทางเส้นนี้เหมือนมีคนเดินเหยียบอยู่บ่อย ๆ ในหมู่บ้านเรายังมีนายพรานอยู่ไหมคะ?”
ระหว่างทางที่เดินมา ไม่ได้ลำบากอย่างที่เธอคิดไว้เลย
หลินเจียวเจียวรู้สึกสงสัย เพราะเรื่องนี้ไม่เหมือนที่แม่ของเธอเล่าให้ฟัง
ตอนนี้เวลาอยู่กันตามลำพัง หลินเจียวเจียวเปลี่ยนมาเรียกจางอ้ายฮวาว่าแม่ และเรียกหลินซุ่นเต๋อว่าพ่อแล้ว
อย่างไรเสียก็เป็นเรื่องที่จะเกิดขึ้นไม่ช้าก็เร็ว เธอไม่ได้ขัดเขินอะไรเลย
ยิ่งไปกว่านั้น คำเรียกพ่อแม่นี้ไม่ได้เรียกเปล่า ๆ ด้วย
จางอ้ายฮวาแอบยัดเงิน 100 หยวนให้เธอ บอกว่าเก็บไว้ให้ลูกสาว
บางทีเมื่อเทียบกับยุคหลัง เงิน 100 หยวนอาจไม่ใช่เงินก้อนใหญ่อะไร
แต่ในยุคนี้ ไม่รู้ว่าสองสามีภรรยาต้องเก็บเงินนานแค่ไหนกว่าจะได้ 100 หยวน
แถมยังต้องเลี้ยงลูกชายอีก 5 คนในบ้าน
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ การเก็บเงิน 100 หยวนไว้ให้ลูกสาวที่พลัดพรากไปได้ นับว่าไม่ง่ายเลยจริง ๆ
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนที่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะตามหาลูกสาวกลับมาได้หรือไม่ พวกเขาก็เริ่มคิดเก็บสินเดิมไว้ให้เธอแล้ว
ความตั้งใจนี้ทำให้หลินเจียวเจียวซาบซึ้งใจ
ยังไม่นับข้าวของที่คนในครอบครัวหามาให้เธอตั้งแต่ย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านหลังนี้
ทั้งสองชาติ เธอไม่เคยสัมผัสความรักความผูกพันในครอบครัวมาก่อน ตอนนี้ในที่สุดก็มีคนในครอบครัวที่รักเธอ แล้วหลินเจียวเจียวจะปฏิเสธได้อย่างไร แบบนั้นคงโง่เต็มที!
“เมื่อก่อนในหมู่บ้านมีนายพรานอยู่ แต่ตอนนี้ทางการไม่อนุญาตให้ชาวบ้านล่าสัตว์กันเอง อาชีพนายพรานก็เลยถูกห้ามไปด้วย”
