เวินจิ่งหยิบกุญแจขึ้นมาชั่งน้ำหนักบนฝ่ามือสองสามที แต่ก็ไม่เห็นว่ามีอะไรผิดปกติเป็นพิเศษ อย่างไรเสียป๋อเยี่ยนก็เป็นคนใจกว้างมาแต่ไหนแต่ไร
“รถอยู่ไหน?”
ป๋อเยี่ยนตอบว่า “อยู่หน้าคฤหาสน์ของนาย ซ่งสือจัดคนเอาไปส่งแล้ว”
“เรื่องเอกสารของโรงบ่มไวน์ นายให้คนไปติดต่อซ่งสือได้เลย”
เวินจิ่งพยักหน้า เอนหลังพิงโซฟาแล้วหันไปมองผู้หญิงสองคน ก่อนเอ่ยกับป๋อเยี่ยนว่า “ขอบใจนะเพื่อน”
ป๋อเยี่ยนยิ้มเช่นกัน “ไม่ต้องเกรงใจ เรื่องของซูฉือถือว่าหายกันแล้ว”
เวินจิ่งพยักหน้า “แน่นอน”
จี้เหิงละสายตากลับมาอย่างเรียบเฉย ทว่าประกายในดวงตากลับมีรอยยิ้มเพิ่มขึ้นหลายส่วน
พวกเขาสี่คนไม่ได้เจอเรื่องสนุกแบบนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ?
เผยเหยี่ยส่ายหน้าอยู่ข้าง ๆ “เวินจิ่ง นายได้กำไรเกินไปแล้วมั้ง? ได้สาวสวยมาฟรี ๆ ตั้งสองคน แถมยังได้รถกับโรงบ่มไวน์อีก”
“ป๋อเยี่ยน คราวหน้านายก็หาเรื่องฉันบ้างสิ ฉันไม่เรื่องมากหรอก ขอแค่ส่งพากานีมาให้สักคันก็พอ”
จี้เหิงหัวเราะเบา ๆ น้ำเสียงเนิบช้า “เผยเหยี่ย โรงรถนายแทบยัดซูเปอร์คาร์ไม่ลงอยู่แล้ว ยังจะคิดถึงพากานีอีกเหรอ?”
เผยเหยี่ยเบ้ปาก “มันคนละเรื่องกันนี่ ของที่ได้มาฟรี ใครจะไม่เอา?”
พูดแล้วเขาก็ขยับเข้าไปหาเวินจิ่ง วางแขนพาดไหล่อีกฝ่าย “เออนี่ คืนนี้พาสาวสองคนนี้กลับคฤหาสน์ แล้วภรรยาสามัญชนของนายล่ะ? ให้เธอยืนดูเหรอ?”
เวินจิ่งปัดมือเขาออก น้ำเสียงสบาย ๆ “แล้วถ้าเธอเห็นจะเป็นอะไรไป?”
เผยเหยี่ยเลิกคิ้ว “ไม่กลัวเธอโวยวายเหรอ?”
