จี้เหิงเองก็มองมาทางนี้เช่นกัน
วันนี้เขาสวมแว่นกรอบเงิน ดูเย็นชากว่าแว่นกรอบทองที่ใส่เป็นประจำอยู่หลายส่วน
สายตาหยุดอยู่บนใบหน้าซูฉือครู่หนึ่ง ก่อนจะเลื่อนไปทางป๋อเยี่ยน มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย
จากนั้นเขาก็เอนกายพิงโซฟา วางนิ้วลงบนที่วางแขนแล้วเคาะเบา ๆ สองครั้ง ท่าทางสบาย ๆ เหมือนกำลังนั่งดูละคร
ส่วนเผยเหยี่ยนั้นตรงไปตรงมากว่ามาก
เขาปล่อยหญิงสาวที่อยู่ข้างกายแล้วเดินอาด ๆ เข้ามา ตบไหล่เวินจิ่งเบา ๆ “อ้าว เวินจิ่ง วันนี้พาภรรยาคนสวยมาด้วยเหรอ?”
เวินจิ่งพยักหน้า “อืม”
เผยเหยี่ยหันไปมองซูฉือ กวาดสายตาสำรวจเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วผิวปาก “ไม่เลวนี่ เวินจิ่ง ภรรยาคนสวยของนายดูดีไม่เบาเลย”
ซูฉือหลุบตาลง ไม่พูดอะไร
เสียงของป๋อเยี่ยนดังมาจากด้านข้าง “เผยเหยี่ย พูดให้รู้จักกาลเทศะหน่อย”
เผยเหยี่ยยักไหล่ “แค่ล้อเล่นเองน่า”
เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปทางซูฉือ “น้องสะใภ้ อย่าถือสาเลยนะ ฉันเป็นคนพูดตรง ๆ ไม่มีเจตนาร้ายหรอก”
ซูฉือเงยหน้าขึ้น ยิ้มให้เขา “ไม่เป็นไรค่ะ”
รอยยิ้มนั้นบางเบา แต่ก็ทำให้เผยเหยี่ยชะงักไปชั่วขณะ
เขาเคยพบผู้หญิงมามากมายในแวดวงนี้ ทั้งสวยสะดุดตา บริสุทธิ์ไร้เดียงสา และมีเสน่ห์เย้ายวน มีครบทุกแบบ
แต่ผู้หญิงตรงหน้าคนนี้ เวลายิ้มแล้วดวงตากับคิ้วดูสะอาดบริสุทธิ์อย่างเหลือเชื่อ แถมยังดูอ่อนหวานน่าเอ็นดูเป็นพิเศษ
ถึงอย่างนั้น รูปร่างของเธอกลับเย้ายวนใจนัก ยืนอยู่ข้างเวินจิ่งแล้วกลับข่มบรรดาคุณหนูผู้ดีที่ประดับกายด้วยเพชรพลอยทั่วทั้งห้องโถงจนหมด
