หลังตื่นนอนในวันถัดมา หลินหว่านซิงก็ไปค้นหาข้อมูลห้องไลฟ์ของเวินเจียงหาน จึงรู้ว่าเขาไลฟ์ทุกวันตั้งแต่หกโมงเย็นถึงเที่ยงคืน
บางครั้งถ้าอารมณ์กำลังได้ที่ ก็อาจไลฟ์ยาวไปจนถึงตีหนึ่งหรือตีสอง
ดูท่าแล้ว กลางวันคงไม่ได้เจอเขา
งั้นกลางวันเธอจะฝึกฝีมือให้ดีด้วยตัวเอง
วันนี้เป็นวันที่คะแนนสอบเข้ามหาวิทยาลัยประกาศพอดี พ่อแม่ถึงกับลางานมาอยู่บ้านเป็นเพื่อนเธอตอนตรวจคะแนน
พอถึงเวลา เธอก็ล็อกอินเข้าระบบด้วยข้อมูลส่วนตัวบนโทรศัพท์
หน้าจอค้างไปพักหนึ่ง ในที่สุดคะแนนของเธอก็ปรากฏขึ้น
เมื่อนึกถึงโลกก่อนที่เธอสอบได้อันดับหนึ่งของเมือง ช่วงปิดเทอมฤดูร้อนมีสื่อโทรศัพท์มาหาไม่หยุดเพื่อขอสัมภาษณ์
เพื่อหลีกเลี่ยงเรื่องยุ่งยากเช่นนั้น หลินหว่านซิงจึงเรียนรู้จากประสบการณ์ คราวนี้ตอนสอบเลยออมแรงไว้บ้าง
เมื่อเห็นคะแนนกับอันดับบนหน้าจอ พ่อแม่ก็ยังตื่นเต้นจนกระโดดโลดเต้น
“พ่อหลิน ซิงซิงได้อันดับสิบของมณฑลเลยนะ!”
“ลูกสาวพ่อเก่งที่สุด!” พ่อหลินพยักหน้ารัว ๆ
จากนั้นทั้งสองคนก็เริ่มโทรศัพท์หาญาติมิตรทีละคน
“พ่อ คะแนนออกแล้ว ได้ 685 คะแนน อันดับสิบของมณฑล!”
“พี่ใหญ่ ซิงซิงได้อันดับสิบของมณฑล...”
“โธ่เอ๊ย ฉันยังไม่ทันพูด เธอก็รู้แล้วว่าฉันจะพูดอะไร...”
“...ถึงตอนนั้นอย่าลืมมาร่วมงานเลี้ยงฉลองเข้ามหาวิทยาลัยนะ”
“...เรื่องติวเตอร์เหรอ ได้สิ เดี๋ยวฉันถามเธอให้”
คนที่สงบที่สุดในบ้านนี้กลับเป็นตัวนักเรียนที่เพิ่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยเสียเอง
หลังตรวจคะแนนเสร็จ หลินหว่านซิงก็นั่งนิ่งอยู่บนโซฟา ปอกแอปเปิลกินเอง
เพิ่งกินไปได้สองคำ โทรศัพท์ก็ดังขึ้น พอเห็นว่าเป็นครูประจำชั้น เธอก็รีบรับสายและรายงานคะแนนของตัวเองให้ครูฟังอย่างตั้งใจ
