โจวเซิ่งซีนั่งยอง ๆ ลงข้างเตียงอย่างแผ่วเบา ทุกอิริยาบถระมัดระวัง กลัวเหลือเกินว่าจะทำให้คนที่กำลังหลับใหลตื่นขึ้นมา
เขามองคนตรงหน้าเงียบ ๆ อยู่อย่างนั้น ไม่ขยับเขยื้อน
ผ่านไปหลายนาที คนบนเตียงก็ขยับตัว คิ้วขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนร่างจะงอตัวลง
“ฝันร้ายหรือ? ทำไมถึงขมวดคิ้วล่ะ” เขาเอ่ยเสียงเบา
คนบนเตียงครางฮือในลำคอ แล้วงอมือเท้าเข้าหาตัวอีกครั้ง
โจวเซิ่งซีเข้าใจทันทีว่าเธอหนาว
ผ้าห่มบนเตียงหายไปไหนนะ?
เขาลุกขึ้น เดินวนรอบเตียงอยู่หนึ่งรอบ ถึงได้เห็นผ้าห่มตกอยู่บนพื้นด้านใน
เขาหยิบผ้าห่มขึ้นมา พลางหัวเราะเบา ๆ “นอนดิ้นขนาดนี้เชียวหรือ? ถีบผ้าห่มตกไปหมดแล้ว”
เขาสะบัดผ้าห่มผืนบางออกอย่างเบามือ แล้วค่อย ๆ ห่มให้เธอ
ทันทีที่ห่มผ้าให้ คิ้วที่ขมวดอยู่ของเธอก็คลายออก
เขาพลอยโล่งใจไปด้วย
โจวเซิ่งซีลุกขึ้น เดินไปถึงหน้าห้องนอน แล้วปิดประตูเบา ๆ
เขาลากกระเป๋าเดินทางของตัวเองออกมาในห้องรับแขก ก่อนจะเดินออกจากห้องชุดอย่างไร้สุ้มเสียง แล้วปิดประตูตามหลัง
เมื่อมองคีย์การ์ดในมือ เขาก็เดินไปยังห้องอีกฟากของทางเดิน
ตลอดช่วงเวลาที่อยู่ในรีสอร์ต หลินหว่านซิงใช้ชีวิตอย่างสบายใจทุกวัน
เธอไปเล่นว่าว ขี่ม้า ตั้งแคมป์ และแช่น้ำพุร้อนกับถังหลิงเฟย สนุกสนานได้อย่างไร้กังวล
บางครั้งก็มีแค่พวกเธอสองคน บางครั้งก็มีเพื่อนร่วมชั้นหลายคนไปด้วย
และบางครั้งก็มีพวกเธอสองคนกับโจวเซิ่งซี
หลินหว่านซิงคิดว่า คนสองคนเขาออกมาเที่ยวกันหวานชื่น ส่วนเธอดันไปเป็นก้างขวางคอ ดูไม่เหมาะเอาเสียเลย
ทุกครั้งที่โจวเซิ่งซีปรากฏตัว เธอจะกระซิบบอกถังหลิงเฟยว่าอยากขอตัวกลับก่อนคนเดียว
