ปลายปีนั้นเอง เชียงจื่อก็พาเถียนเถียนไปผ่าตัดที่เมืองท่าได้สำเร็จด้วยความช่วยเหลือจากเพื่อนของเสิ่นซูไป๋ การผ่าตัดราบรื่นมาก หลังจากพักฟื้นช่วงหนึ่ง เถียนเถียนก็จะใช้ชีวิตและไปโรงเรียนได้เหมือนเด็กปกติทั่วไป
ถึงแม้จะออกกำลังกายหนัก ๆ ไม่ได้ แต่อย่างน้อยเธอก็ไม่ต้องอยู่ภายใต้เงื้อมมือแห่งความตายตลอดเวลา กระทั่งหมอยังอดเอ่ยปากชมไม่ได้ว่า “เด็กคนนี้ถูกเลี้ยงดูมาอย่างดี ฉันเคยเห็นคนรวยหลายต่อหลายคนที่ทอดทิ้งลูกเพราะปัญหาค่ารักษาพยาบาล...”
เขาไม่รู้เลยว่า เถียนเถียนก็คือเด็กที่ถูกทอดทิ้งนั่นเอง เพียงแต่ระหว่างทางไปเจอเชียงจื่อเข้า
ชายผู้นี้ยากจนแสนเข็ญ แต่กลับไม่อิดเอื้อนที่จะอุ้มเธอขึ้นมาจากพื้นอันเย็นเยียบ หลังจากนั้นเงินทุกบาทที่หามาได้ก็แปรเปลี่ยนเป็นค่ารักษาพยาบาลของเธอ จนอายุสามสิบแล้วก็ยังไม่ได้แต่งงาน...
สิ้นปีแล้ว เซี่ยอวิ๋นซูต้องกลับไปรอคลอดที่เมืองไห่เฉิง ท้องของเธอโตขึ้นมากแล้ว ถึงจะเป็นเสิ่นซูไป๋ก็ยังอดกังวลใจทุกวันไม่ได้ เมื่อคำนึงถึงความปลอดภัย ผู้บัญชาการเฉิ่นจึงจัดคนพาคนทั้งสองนั่งรถคันพิเศษไปส่งที่เมืองไห่เฉิงเป็นพิเศษ
ซูชิงเหลียนกุมมือของเธอไว้ “วางใจเถอะนะ อีกสองวันแม่จะต้องไปอยู่เป็นเพื่อนลูกที่ไห่เฉิงแน่นอน”
เซี่ยอวิ๋นซูยิ้มตอบ “ค่ะ”
ถึงแม้เสิ่นซูไป๋จะหาแม่นมผู้มีประสบการณ์มาไว้ล่วงหน้าแล้ว แต่การอยู่ไฟสำหรับผู้หญิงเป็นเรื่องใหญ่ แถมเซี่ยอวิ๋นซูยังตั้งท้องลูกแฝดอีก ซูชิงเหลียนก็ยังวางใจไม่ลง
หลี่ฉู่ฉู่บีบแขนเสิ่นอู่เฟยพลางงึมงำด้วยความน้อยใจ “ตอนพี่สะใภ้ใหญ่กับฉันคลอด แม่ยายเราไม่เห็นเคยมาดูแลเราเลย”
เสิ่นอู่เฟยเขม้นตาใส่เธออย่างไม่พอใจ “ไม่ได้ให้เงินหรือไง”
ซูชิงเหลียนใจกว้างกับลูกสะใภ้เสมอ แม้จะไม่ได้มาปรนนิบัติอยู่ไฟด้วยตัวเอง แต่ก็ให้ซองแดงหนา ๆ มา เพราะตอนนั้นน้ำนมของหลี่ฉู่ฉู่ไม่ดี แม้แต่นมผงที่ซีซีดื่มตอนเด็ก ๆ ก็ยังเป็นเธอที่ฝากคนขนมาจากต่างประเทศ
หลี่ฉู่ฉู่กระแอมสองที “พอถึงตอนนั้น พวกเราก็ไปดูหลานชายตัวน้อยสองคนที่ไห่เฉิงด้วย!”
