หวังม่านลี่ชะงักไปอย่างเห็นได้ชัด เธอนิ่งอยู่ครู่หนึ่งกว่าจะรู้ว่าเฉินเจิ้งกำลังเรียกตัวเอง “ผู้อำนวยการ ตามระเบียบก็จัดการไล่ออกได้เลยค่ะ”
เฉินเจิ้งยิ้มแล้วหันไปมองจางกั๋วฟู่ “อาจารย์จาง ดูเหมือนจดหมายลาออกของคุณจะไม่ได้ใช้แล้วนะ”
จางกั๋วฟู่เองก็ชะงัก เขามองเฉินเจิ้งสลับกับหวังม่านลี่อย่างไม่อยากเชื่อ เพิ่งไม่ได้มาทำงานไม่กี่วัน หัวหน้าฝ่ายปกครองก็กลายเป็นหวังม่านลี่ไปแล้ว
ที่ยิ่งไม่อยากเชื่อก็คือเฉินเจิ้ง คุณชายเสเพลที่เขาเคยเจออยู่ไม่กี่ครั้ง กล้าดีถึงขั้นไล่เขาออกงั้นหรือ?
จางกั๋วฟู่รู้สึกเหมือนถูกหยามอย่างหนัก จึงหัวเราะด้วยความโกรธจัด ไม่คิดจะแกล้งทำตัวอ่อนน้อมอีกต่อไป “แกจะไล่ฉันออกเหรอ? ตอนพ่อแกยังอยู่ยังต้องไว้หน้าฉันบ้าง แกมันเป็นตัวอะไร? เชื่อไหมว่าฉันทำให้โรงเรียนนี้เปิดต่อไปไม่ได้ตั้งแต่สัปดาห์หน้า!”
เฉินเจิ้งยิ้ม แววตาพลันคมกริบ “งั้นเชื่อไหมว่าฉันทำให้นายต้องไปรายงานตัวที่สถานีตำรวจพรุ่งนี้ได้?”
“หลายปีที่นายอยู่โรงเรียนนี้ ทั้งเงินทอนจากการจัดซื้อวัสดุสิ้นเปลืองกับสัญญาเหมาดูแลโรงอาหาร นายกินไปไม่น้อยใช่ไหม? จะให้ฉันเรียกฝ่ายตรวจสอบมาตรวจดูหน่อยไหม? ยังมีเรื่องแอบแนะนำเด็กที่มีแววด้านกีฬาและสนใจเข้าเรียนที่โรงเรียนนี้ ให้กับวิทยาลัยพลศึกษาหยางเฉิงที่อยู่ข้าง ๆ แล้วรับเงินใต้โต๊ะจากอีกฝ่ายอีก...”
ช่วงสองปีมานี้จำนวนนักเรียนที่รับเข้าใหม่น้อยขนาดนี้ หัวหน้าฝ่ายปกครองคนนี้คงแอบหาประโยชน์ใส่ตัวมานานแล้ว
รอยยิ้มลำพองของจางกั๋วฟู่แข็งค้างไปทันที เขาจ้องเฉินเจิ้งที่มีสีหน้าเรียบเฉยจนอ่านไม่ออกอยู่นาน
เขาคิดมาตลอดว่าเรื่องที่ทำก่อนหน้านี้ปิดบังมิดชิด ไม่มีหลักฐานเหลืออยู่ แต่ก็ใช่ว่าผู้อำนวยการคนเก่าจะไม่มีอะไรอยู่ในมือ ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อแบบนี้เขาไม่กล้าเสี่ยง
