“คุณชายใหญ่เจียง นี่เล่นอะไรของคุณเนี่ย?”
ประตูห้องของเผยจือสวี่เปิดออก
เธอนั่งอยู่บนรถเข็น ปรากฏตัวตรงหน้าประตู สายตาเลื่อนจากใบหน้าพี่สาวไปยังเจียงสวิน แล้ววกกลับมา
ความดุดันบนใบหน้าของเผยจืออี้ยังไม่ทันจางหาย พอเห็นน้องสาวออกมา ร่างกายก็ขยับไปบังไว้ข้างหน้าโดยสัญชาตญาณ
“สวี่สวี่ พี่บอกให้รออยู่ในห้องไม่ใช่เหรอ?”
เผยจือสวี่ไม่ได้ถอยกลับเข้าไป เธอมองประตูกันขโมยที่เพิ่งปิดลง แล้วถามเสียงเบา
“พี่ หนูเป็นห่วง...”
เผยจืออี้ขยับริมฝีปากสองครั้ง แต่ไม่มีเสียงใดหลุดออกมา
เจียงสวินยืนนิ่งอยู่กลางห้องรับแขกสองวินาที
“ดูแลน้องให้ดี”
พูดจบ เขาก็หันไปเปิดประตูกันขโมย เดินเข้าไปในโถงบันไดโดยไม่หันกลับมา
เสียงฝีเท้าดังไล่ลงไปตามบันไดปูนทีละชั้น เบาลงเรื่อย ๆ ก่อนจะเงียบหายไปในที่สุด
เผยจืออี้ยังคงยืนอยู่ในท่าที่ใช้มือข้างหนึ่งปกป้องรถเข็น จ้องมองประตูที่ปิดไม่สนิทบานนั้น
เธอคิดว่าเขาจะฉวยโอกาสนี้พูดอะไรสักอย่าง
แต่สุดท้ายก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เธอสูดหายใจลึก ปิดประตูกันขโมย ล็อกโซ่จากด้านใน แล้วหันไปย่อตัวลงตรงหน้าน้องสาว
“สวี่สวี่”
มือวางลงบนผ้าห่มบางที่คลุมเข่าของน้องสาว น้ำเสียงอ่อนลงมาก
“เรื่องเมื่อกี้พี่จัดการไม่ดีเอง ลบของพวกนั้นไปแล้ว อย่าคิดมากเลยนะ ได้ไหม?”
เผยจือสวี่เอียงศีรษะ มองเข้าไปในดวงตาของเธอ
ในนั้นมีความรู้สึกซับซ้อนหลายอย่าง
เธอไม่ได้ซักถามต่อ
ผ่านไปครู่หนึ่ง จึงตอบเบา ๆ ว่า “อืม”
……
เผยจืออี้อุ้มน้องสาวขึ้นจากรถเข็น แล้ววางลงบนเตียง
เผยจือสวี่ตัวเบามาก
ขาทั้งสองข้างที่ไร้ความรู้สึกห้อยลงอย่างอ่อนปวกเปียก เธอค่อย ๆ จัดท่าให้เรียบร้อย แล้วสอดเข้าไปใต้ผ้าห่ม
ตอนผ้าห่มคลุมลงมา ส่วนโค้งเว้าบริเวณหน้าอกก็ยกตัวขึ้นเป็นเนิน ต่อให้กดอย่างไรก็ไม่แบนลง
ทั้งสองคนมีใบหน้าเหมือนกัน รูปร่างก็ไม่เลวทั้งคู่
แต่สวี่สวี่นั่งอยู่บนรถเข็นทั้งวัน แทบไม่ได้ขยับไปไหนแท้ ๆ ตรงนั้นกลับใหญ่กว่าเธอเสียอีก
เธอนอนตะแคงอยู่ด้านนอก ล้วงลูกอมรสนมเม็ดหนึ่งออกมาจากใต้หมอน
“สวี่สวี่ อ้าปาก”
เผยจือสวี่ไม่ยอมอ้าปาก
พี่สาวออกไปทำงานทุกวัน มือเย็นเฉียบตอนกลับมา
ส่วนเธอแค่นั่งอยู่บ้านเฉย ๆ เท่านั้น
“พี่กินเถอะ พี่ผอมกว่าหนูอีก”
“สวี่สวี่ผอมกว่าต่างหาก พี่อ้วนกว่าเธอตั้งเยอะ กินเข้าไป!”
เผยจือสวี่ไม่รับ เธอเอียงศีรษะมองพี่สาว
สายตาไล่จากใบหน้าของอีกฝ่ายลงมา แล้วค่อย ๆ เลื่อนต่ำลง
ใต้ผ้าห่ม ทั้งสองคนแนบชิดกันมาก
“พี่อ้วนกว่าหนูตรงไหน?”
เธอก้มมองตัวเอง แล้วมองพี่สาว ก่อนใช้นิ้วเรียวขาวแตะผ่านผ้าห่มเบา ๆ
“หน้าอกพี่ยังไม่ใหญ่เท่าหนูเลย”
ใบหูของเผยจืออี้แดงขึ้นมาทันที
ยัยตัวแสบ! ใช่ว่าเธอจะไม่มีสักหน่อย!!!
แต่เผยจือสวี่นั่งอยู่บนรถเข็นทั้งวัน ไม่ไปไหนเลยแท้ ๆ รูปร่างกลับยิ่งโตยิ่งเกินหน้าเกินตา
ก็หน้าตาเหมือนกันแท้ ๆ ทำไมถึงเป็นแบบนี้ได้ล่ะ!!
“เพราะงั้นพี่ไม่ได้อ้วนกว่าหนู พี่ต่างหากที่ต้องกินลูกอม” เผยจือสวี่พูดอย่างเป็นเหตุเป็นผล
เธอดันลูกอมกลับไปให้
เผยจืออี้กัดฟันกรอด
ที่น่าหงุดหงิดคือสิ่งที่เธอพูดก็เป็นความจริง เถียงไม่ได้สักคำ
หงุดหงิดชะมัด!
“...พี่กินก็ได้!”
เธอแย่งลูกอมมาแกะ แล้วยัดเข้าปาก
เคี้ยวดังกรุบกรอบ
ลูกอมรสนมมีไว้ให้อม แต่เธอกลับเคี้ยวเสียเหมือนเป็นแท่งขัดฟัน
เผยจือสวี่มองพี่สาวเคี้ยวลูกอมจนแหลกแล้วกลืนลงไป ก่อนจะหดตัวกลับเข้าไปใต้ผ้าห่มอย่างพอใจ
“พี่น่ารักจัง”
“หุบปากไปเลย!”
เผยจืออี้พลิกตัวหันหลังให้เธอ
ปลายหูแดงขึ้นมาเป็นปื้นเล็ก ๆ
เสียงหัวเราะแผ่วเบาดังมาจากด้านหลัง
เธอไม่หันกลับไป
รสหวานของลูกอมในปากยังไม่จางหายไปเสียที
ผ่านไปครู่หนึ่ง เธอก็พลิกกลับมา วางมือลงบนแผ่นหลังของน้องสาว แล้วตบเบา ๆ กล่อมให้อีกฝ่ายหลับ
เงียบกันอยู่นาน เผยจือสวี่ก็เอ่ยขึ้นมากะทันหัน
“พี่”
“หืม?”
“เขาช่วยพี่ทำไม?”
มือที่ตบหลังของเผยจืออี้หยุดชะงักไปครู่หนึ่ง
“ไม่รู้สิ”
เงียบไปสองสามวินาที
“หนูว่าเขาไม่ใช่คนไม่ดี”
เผยจืออี้ไม่ได้ตอบ พลิกตัวกลับไปอีกด้าน ตั้งใจจะบอกว่าเพิ่งเจอเขาไม่กี่วินาทีเองแท้ ๆ
แต่พอคำพูดมาถึงริมฝีปาก เธอก็กลืนมันกลับลงไป
ครั้งก่อนคนที่สวี่สวี่บอกว่า “แปลก ๆ” คือคุณหลิวชั้นล่าง คนที่ใคร ๆ เจอก็ชมว่าดี
สองเดือนต่อมาเขาถูกตำรวจจับ
เขาเป็นฆาตกรที่หลบหนีมานานกว่าสิบปี
หรือสวรรค์จะคิดว่าติดค้างอะไรเธออยู่?
ถึงขาทั้งสองข้างจะยืนไม่ได้ แต่กลับชดเชยส่วนอื่นให้เธอเต็มที่เป็นพิเศษ
รูปร่างก็ด้วย......
“...เธอเห็นเขาแค่แวบเดียวเอง”
“แวบเดียวก็พอแล้วนี่”
เผยจือสวี่พูดอย่างไม่ลังเล แล้วหาวเบา ๆ
“พี่ก็คิดเหมือนกันใช่ไหมว่า.....”
“นอนได้แล้ว!”
“อ๋อ......”
ผ่านไปนานมาก ลมหายใจของน้องสาวก็สม่ำเสมอ
เผยจืออี้ลืมตาอยู่
เธอทบทวนเรื่องที่เกิดขึ้นคืนนี้ตั้งแต่ต้นจนจบ
มันผิดปกติเกินไปจริง ๆ
เหมือนมีใครถอดเปลือกเก่าทิ้ง แล้วสวมเปลือกใหม่เอี่ยมเข้ามาแทน
เธอค่อย ๆ ลากกล่องเหล็กใบหนึ่งออกมาจากใต้เตียง
ข้างในมีเงินสดทั้งหมดกับสมุดบัญชีที่จดด้วยลายมือ ปกสมุดถลอกจนเป็นขุย
ช่องรายจ่ายมีรายการอัดแน่นเต็มไปหมด: ค่าฟื้นฟูร่างกาย ค่าบำบัดจิตใจ ค่ายา ค่าเช่าบ้าน ค่าน้ำค่าไฟ และค่าอาหาร
ช่องรายรับมีอยู่สองรายการ: ค่าจ้างงานพิเศษกับเงินช่วยเหลือการศึกษาเดือนหน้า
เธอวงเงินที่จะใช้ไปตรวจติดตามอาการสัปดาห์หน้า แล้วคำนวณยอดข้าง ๆ ใหม่อีกรอบ
ไม่วางใจ จึงคำนวณซ้ำอีกสองครั้ง
พอดีเป๊ะ
ขาดไปแม้แต่บาทเดียวก็ไม่ได้
เธอเขียนข้อความหนึ่งบรรทัดลงบนพื้นที่ว่างหน้าสุดท้าย
ไม่เป็นไร พรุ่งนี้ก็ได้เงินเดือนแล้ว
……
ในเวลาเดียวกัน ที่วิลล่าตระกูลเจียงทางตะวันตกของเมือง
เจียงสวินเอนแผ่อยู่บนเก้าอี้ หน้าจอโทรศัพท์เต็มไปด้วยรูปเก้าอี้รถเข็น
เขากดเข้าไปดูยอดเงินคงเหลือ แล้วชะงักไปสองวินาที
โทรศัพท์สั่นหนึ่งครั้ง ข้อความจากเวยซิ่นเด้งขึ้นมา
หลินซืออวี่: เจียงสวิน รีบมาขอโทษฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ!! [โกรธ]
หลินซืออวี่: คราวนี้ต่อให้นายซื้อไอโฟนรุ่นล่าสุดให้ฉัน ก็อย่าคิดว่าฉันจะยกโทษให้ง่าย ๆ ล่ะ
เจียงสวินเหลือบมองสองข้อความ นิ้วค้างอยู่เหนือหน้าจอครู่หนึ่ง
เขาตอบกลับไปว่า “เก่งมากมั้ง ยัยโง่เอ๊ย” แล้วกดบล็อก
หลังสั่งซื้อของเสร็จ เขาคว่ำโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ จ้องเพดานพลางครุ่นคิดบางอย่าง
..........
เช้าวันต่อมา โรงพยาบาลเทศบาลหมายเลข 3
เผยจือสวี่นั่งเงียบ ๆ อยู่บนรถเข็น นิ้วมือดึงปุยผ้าบนผ้าห่มเล่น
พวกเธอนั่งรออยู่ตรงสุดทางเดินนานกว่าสองชั่วโมงแล้ว
เผยจืออี้ปอกแอปเปิลลูกหนึ่ง วางลงบนกระดาษทิชชู แล้วยื่นให้
“สวี่สวี่ ใกล้ถึงคิวแล้ว รออีกแป๊บนะ กินแอปเปิลรองท้องก่อน”
“พี่ก็กินด้วยสิ”
“เอ่อ (⊙o⊙)… พี่ไม่ค่อยชอบกินแอปเปิลน่ะ......”
เผยจือสวี่มองเธอแวบหนึ่ง แต่ไม่ได้จับผิด เพียงกัดแอปเปิลเบา ๆ หนึ่งคำ
พอถึงคิว รถเข็นก็ถูกเข็นเข้าไปในห้องตรวจ
หมออายุห้าสิบกว่า สวมแว่นเลนส์หนา มือพลิกเวชระเบียนเร็วราวกับกำลังนับเงิน
“การรักษารอบที่แล้วเริ่มได้ผลอยู่บ้าง”
เขาแตะตรงช่องหมายเหตุ
“ห้ามหยุด”
“ค่าใช้จ่ายของการรักษารอบหน้าต้องจ่ายให้ครบล่วงหน้า”
มือของเผยจืออี้วางอยู่บนที่วางแขนของรถเข็น ริมฝีปากขยับเล็กน้อย
“คุณหมอ จ่ายก่อนครึ่งหนึ่งได้ไหมคะ? ที่เหลือสิ้นเดือนหนูจะเอามาจ่ายให้”
หมอปิดเวชระเบียนแล้วเลื่อนไปไว้ตรงขอบโต๊ะ
สายตาของเขายังจับจ้องอยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามอง
“โรงพยาบาลไม่ใช่องค์กรการกุศล”
“จ่ายไม่ครบก็หยุดรักษา”
“ถ้าหยุด การรักษาที่ทำมาก่อนหน้านี้ก็สูญเปล่าทั้งหมด”
ตอนออกจากห้องตรวจ มือข้างหนึ่งของเผยจืออี้เข็นรถเข็น ส่วนอีกข้างกำใบแจ้งชำระเงินไว้
กระดาษยับเป็นรอยพับ
เมื่อเดินมาถึงปากทางเข้าพื้นที่รอเรียกคิว เผยจือสวี่ก็ยื่นมือไปจับขอบล้อไว้กะทันหัน
รถเข็นหยุดลง
เธอแหงนหน้ามองพี่สาว
มองอยู่นานมาก
“พี่.....”
“หืม?”
“พี่ หนูไม่อยากรักษาแล้ว…”
