เชินหว่านหว่านเงยหน้าขึ้นเช่นกัน “สืบเรื่องอ๋องฉินหรือ?”
“อืม เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเขาอย่างแน่นอน”
นางไม่ได้ถามต่อ เพียงขยับเข้าไปด้านในอีกหน่อย พอนางขยับ เสื้อผ้าที่เปิดหลวมอยู่ก็เลื่อนลงจากไหล่ เผยผิวขาวผ่อง นางยกมือดึงกลับอย่างลวก ๆ แต่ดึงไม่อยู่ จึงคร้านจะสนใจอีก เพียงส่งสายตาหวานหยดย้อยให้จางเหิง
หลินซืออวิ้นเดินเข้ามานอนลงข้างกายเขาอย่างแผ่วเบา มือข้างหนึ่งวางบนท่อนแขนของจางเหิง ผ้าแพรบางสีจันทร์แนบไปตามเรือนร่าง ขับให้เห็นส่วนโค้งอ่อนช้อยระหว่างเอวกับสะโพก
เอวของหลินซืออวิ้นคอดเล็ก เส้นโค้งจากเอวถึงสะโพกงดงามไร้ที่ติ
เชินหว่านหว่านนอนลงเช่นกัน พลิกกายหันหน้าเข้าหาเขา มือข้างหนึ่งวางลงบนเอวของจางเหิงโดยตรง
นางนอนอย่างสบายอารมณ์ ร่างกายเหยียดผ่อนคลาย ทรวดทรงอวบอิ่มที่ผ้ารัดอกสีเหลืองห่านโอบรัดไว้จึงยิ่งเด่นชัด ไหล่ข้างหนึ่งกับแขนข้างหนึ่งเผยพ้นออกมา ผิวเนียนเกลี้ยงเกลา
จางเหิงถูกสตรีทั้งสองหนีบอยู่ตรงกลาง ด้านซ้ายคือส่วนโค้งนุ่มนวล ด้านขวาคือความร้อนรุ่มอวบอิ่ม
จางเหิงถามว่า “วันนี้พวกเจ้ากังวลเรื่องข้าหรือไม่?”
หลินซืออวิ้นเอ่ยเสียงอ่อน “แน่นอน”
เชินหว่านหว่านเอ่ยเสียงออดอ้อน “ใครกังวลกัน ไม่มีใครกังวลเรื่องท่านเสียหน่อย”
หลินซืออวิ้นกล่าว “เช่นนั้นผู้ใดกันที่บอกว่าเมื่อสามีไม่กลับมา แม้แต่อาหารก็ไร้รสชาติ”
เชินหว่านหว่านกระเง้ากระงอด “พี่หญิงเอาแต่ช่วยสามีรังแกข้า”
จางเหิงยิ้ม “ข้ารู้แล้ว”
ใต้แสงโคม ริมฝีปากของหลินซืออวิ้นเป็นสีชมพูอ่อนตามธรรมชาติ มองแล้วสบายตายิ่ง จางเหิงยื่นมือไล้ผ่านผิวตรงลำคอส่วนที่ถูกแสงเทียนส่องจนสว่าง
ลมหายใจของหลินซืออวิ้นหนักขึ้นเล็กน้อย ขาทั้งสองข้างพันเกี่ยวขาจางเหิงโดยไม่รู้ตัว
เชินหว่านหว่านที่อยู่ข้าง ๆ เอ่ยว่า “พวกท่านสองคนหยอกเย้ากันอีกแล้ว ข้ายังอยู่นี่ทั้งคน”
“เจ้าอยู่แล้วเป็นไร มาด้วยกันสิ”
“มาก็มา!”
จางเหิงยื่นมืออีกข้างไปวางบนไหล่ที่เผยออกมาของนาง ผิวของเชินหว่านหว่านอุ่นนุ่มลื่นเนียน เมื่อฝ่ามือแนบลงไปก็ราวกับแตะหยกอุ่น
