ผ่านไปเนิ่นนาน!!
“ดี!”
“ดี! ยอดเยี่ยมจริง ๆ”
“พ่อบ้าน เข้ามา คัดลอก《ว่าด้วยความรักในดอกบัว》หนึ่งฉบับ แล้วส่งไปให้บัณฑิตเจียงในคืนนี้”
“เชิญเขามาที่จวนพรุ่งนี้ยามค่ำ บอกว่าข้ามีของดีจะให้ดู”
“ขอรับ นายท่าน” บ่าวสองคนตามพ่อบ้านเข้ามาคัดลอกอย่างรวดเร็วในห้องหนังสือ
ฟางปิ่งเหวินลูบเครายาวพลางกล่าว
แววตาของเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น บัดนี้ไม่เหลือความง่วงงุนแม้แต่น้อย ดวงตาจับจ้องข้อความบนกระดาษอยู่ตลอดเวลา
ว่าด้วยความรักในดอกบัวมีความยาวไม่ถึงร้อยคำ ทว่ากลับถ่ายทอดเจตนาผ่านสิ่งของได้ภายในถ้อยคำสั้นกระชับ ทั้งยังเปี่ยมด้วยพลังแห่งวรรณศิลป์
ถ้อยคำอันโดดเด่นหลายประโยคในนั้นทำให้ฟางปิ่งเหวินอ่านทบทวนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ยิ่งพินิจยิ่งตื่นเต้น
“ข้าคิดว่าเบญจมาศคือบุปผาแห่งผู้สันโดษ โบตั๋นคือบุปผาแห่งผู้มั่งคั่งสูงศักดิ์ ส่วนบัวคือบุปผาแห่งวิญญูชน!”
ถ้อยคำเหล่านี้สรุปความหมายของดอกไม้แต่ละชนิดได้อย่างชัดเจน ว่าเป็นตัวแทนของผู้คนเช่นไร
คืนนี้เขาคงนอนไม่หลับแล้ว และต้องทำให้ผู้อื่นนอนไม่หลับไปด้วย
บ่าวสองคนกับพ่อบ้านต่างมีสีหน้าประหลาดใจ
นายท่านอ่านบทความจบแล้วถึงกับตื่นเต้นเพียงนี้เชียวหรือ?
“ข้ารักเพียงดอกบัว ซึ่งเติบโตจากโคลนตมแต่ไม่แปดเปื้อน ชำระด้วยสายน้ำใสแต่ไม่เย้ายวน ลำต้นกลวงตรงไม่คดงอ ไม่เลื้อยแตกกิ่งก้าน กลิ่นหอมยิ่งไกลยิ่งบริสุทธิ์ ตั้งตระหง่านสะอาดตา มองได้จากไกลแต่ไม่ควรลบหลู่เล่นสนุก”
“ใช้ดอกบัวเปรียบเปรยถึงวิญญูชน”
“แยบคายจริง ช่างแยบคาย!”
“ผู้คนมักแต่งร้อยกรองถึงโบตั๋น ลุ่มหลงอยู่กับความงามของดอกไม้ ทว่าบทความนี้กลับก้าวพ้นการชื่นชมความงาม และใช้ดอกบัวเชิดชูคุณธรรมของมนุษย์”
“ช่างเป็นวิญญูชนดุจดอกบัว มองได้จากไกลแต่ไม่ควรลบหลู่เล่นสนุก”
“ฮ่า ๆ ซื่อจื่อผู้นี้ทำให้ชายชราตกตะลึงเสียแล้ว”
“ต่อไปหากมีบทความของซื่อจื่อเยียนส่งมาให้วิจารณ์ ก็ปลุกชายชราได้ทุกเมื่อ”
“ขอรับ นายท่าน”
ทั้งสามคนตะลึงงัน สีหน้าของแต่ละคนเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ
ฟางปิ่งเหวินเดินวนไปมาในห้องหนังสือจนแทบจะกระโดดโลดเต้น
วันนี้นายท่านเสียอาการอย่างยิ่ง
