รถม้าแล่นเข้าจวนซื่อจื่อทางประตูข้าง
ซูซิงเยว่ลงจากรถก่อน นางยืนรออยู่ข้างรถจนหลินซืออวิ้นกับเชินหว่านหว่านได้รับการประคองลงมาแล้ว จึงถามว่า “เรือนของข้าอยู่ที่ใด? ข้าจะกลับไปที่เรือนก่อน”
ขณะเอ่ย สายตาของนางกวาดผ่านใบหน้าจางเหิงอย่างรวดเร็ว แฝงความเขินอายอยู่บ้าง
คำพูดที่สนทนากันบนรถเมื่อครู่ทำให้ใบหูของนางร้อนผ่าวมาตลอดทาง ครั้นมาถึงจวนแล้ว นางก็เพียงอยากรีบหลบกลับไปยังเรือนเล็กหลังนั้น เพื่อกดหัวใจที่เต้นระรัวให้สงบลง
จางเหิงสั่งว่า “เสี่ยวเหมย พาคุณหนูซูกับเสี่ยวหลานไปที่เรือนเล็ก คุณหนูซูขาดเหลือสิ่งใดก็จัดหาให้นาง”
“เจ้าค่ะ”
เสี่ยวเหมยค้อมคำนับ ซูซิงเยว่พยักหน้า ไม่ได้รั้งอยู่ต่อ ก่อนหมุนกายเดินตามนางไป
เชินหว่านหว่านยืดเส้นยืดสาย “ง่วงจนแทบลืมตาไม่ขึ้น ข้าจะไปล้างหน้าล้างตาก่อน คืนนี้ท่านพี่จะไปหาน้องซูหรือ?”
นางมองจางเหิง แล้วหันไปมองหลินซืออวิ้น สุดท้ายก็ไม่ได้พูดประโยคหลังให้จบ เพียงกล่าวว่า “ช่างเถิด ช่างเถิด พวกท่านมีเรื่องจะคุยกัน ข้ากลับห้องก่อน”
จางเหิงบีบมือนางเบา ๆ “อืม ไปเถิด คืนนี้เจ้าลำบากแล้ว”
เชินหว่านหว่านโบกมือ แล้วเดินกลับเรือนใน
ยามนี้เหลือเพียงจางเหิงกับหลินซืออวิ้น
ลมกลางคืนพัดผ่านกำแพงเรือนเข้ามา พาเอากลีบดอกกุ้ยฮวาปลิวมาด้วยสองสามกลีบ
จางเหิงก้าวเข้าไปหา แล้วยื่นมือไปกุมมือนาง “เจ้าไม่กลับห้องหรือ?”
หลินซืออวิ้นไม่ขยับ นางเอ่ยเสียงเบาว่า “ท่านพี่ ข้ามีเรื่องอยากพูดกับท่าน”
“มีเรื่องอันใด?” จางเหิงถาม
หลินซืออวิ้นกล่าวว่า “คืนนี้คุณหนูซูพักอยู่ที่นี่ เดิมทีก็เป็นเรื่องดี แต่ท่านพี่เคยคิดหรือไม่ว่านางยังไม่มีฐานะที่ชัดเจน บ่าวไพร่ในจวนซื่อจื่อเรียกนางว่าคุณหนูซูกันทั้งนั้น หากฟ้าสางแล้วท่านเข้าออกเรือนของนาง คนรับใช้จะมองนางอย่างไร? หากคนข้างนอกล่วงรู้เข้า จะเล่าลือถึงนางเช่นไร?”
จางเหิงชะงัก เขาไม่คิดว่าหลินซืออวิ้นจะพูดเรื่องนี้ในเวลานี้ แต่ก็รู้ว่าทุกคำของนางล้วนมีเหตุผล
ซูซิงเยว่แตกต่างจากพวกนาง หลินซืออวิ้นกับเชินหว่านหว่านมีราชโองการพระราชทานสมรส ทั้งยังแต่งเข้ามาอย่างถูกต้อง การที่เขาไปหาพวกนางในห้องย่อมเป็นเรื่องสมควร
