พระวรกายของพระเจ้าเชียนมีพระอาการดีขึ้น ทว่าทรงไม่อาจว่าราชการได้อย่างชัดเจนแล้ว
เหล่าขุนนางต่างเคยชินกับการมอบกิจสำคัญของแต่ละกรมให้จางเหิงจัดการ
จางเหิงเองก็คุ้นเคยกับงานราชการของต้าจิ่งมากขึ้นทุกที ทั้งยังเข้าใจสถานการณ์ในปัจจุบันของต้าจิ่งลึกซึ้งกว่าเดิม
ไม่นานก็ถึงกำหนดคลอดของหลินซืออวิ้น
วันนั้น จางเหิงกำลังอ่านรายงานการศึกจากแดนเหนืออยู่ในห้องทรงงานของผู้สำเร็จราชการ
จ้าวเอ้อร์วิ่งเข้ามา ใบหน้าซีดขาวราวกับหิมะด้านนอก
“องค์ชาย พระชายาไท่ซุนกำลังจะคลอดแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
จางเหิงวางรายงานการศึกในมือลงบนโต๊ะ ลุกขึ้นแล้วก้าวออกไปทันที
เดินถึงประตูแล้วกลับวกเข้ามาอีกครั้ง ก่อนสอดรายงานการศึกไว้ในแขนเสื้อ รายงานจากแดนเหนือจะห่างมือไม่ได้ เผื่อมีเรื่องใดเกิดขึ้นจะได้หยิบออกมาอ่านได้ทุกเมื่อ
จากนั้นจึงออกจากห้องทรงงาน ฝีเท้าเร่งรุดจนจ้าวเอ้อร์ต้องวิ่งเหยาะ ๆ ตามจึงจะทัน
ลานเรือนตะวันออกเริ่มวุ่นวายแล้ว เสี่ยวหวนพาสาวใช้หลายคนกับหมอตำแยเดินเข้าออก ทั้งคนยกน้ำร้อน คนถือผ้าสะอาด และคนประคองโสมหั่นแว่น ต่างวิ่งเรียงแถวกันอยู่ใต้ระเบียง
หมอตำแยสามคนกับหมอหลวงย้ายเข้ามาอยู่ในจวนตั้งแต่ครึ่งเดือนก่อน หมอตำแยผู้ทำคลอดหลักแซ่ซุน อายุราวห้าสิบปี ทำคลอดเด็กมาแล้วหลายร้อยคน ตระกูลใหญ่โตในจินหลิงล้วนเคยให้หญิงผู้นี้ทำคลอด
นางกำลังยืนสั่งการอยู่หน้าห้องคลอด น้ำเสียงไม่ดังแต่ฉับไว
“น้ำร้อนไม่พอ ต้มเพิ่มอีกหม้อ โสมหั่นแว่นยังไม่ต้องใช้ รอพระชายาเหนื่อยแล้วค่อยส่งให้ ผ้าสะอาดต้มแล้วหรือยัง? ผ้าที่ต้มแล้ววางทางซ้าย ที่ยังไม่ต้มวางทางขวา อย่าให้ปะปนกัน”
จางเหิงหยุดยืนใต้ระเบียง หมอตำแยซุนเห็นเขาแล้วก็เดินมาคารวะ
“องค์ชาย พระชายาเพิ่งเริ่มเจ็บครรภ์ ท้องแรกย่อมคลอดช้า พระองค์รออยู่ด้านนอกก็พอเพคะ”
จางเหิงพยักหน้า ไม่ได้เข้าไป เขาเดินไปเดินมาอยู่ใต้ระเบียง จ้าวต้าถือชาร้อนถ้วยหนึ่งเข้ามา เขารับไว้ประคองในมือ แต่ไม่ได้ดื่ม
ไอร้อนจากถ้วยชาปะทะใบหน้า เขาจึงเพิ่งรู้สึกว่านิ้วมือเย็นเฉียบ
เสียง “อ๊า!” ดังมาจากห้องคลอด เป็นเสียงของหลินซืออวิ้น
มือของจางเหิงกำแน่นขึ้นเล็กน้อย เขาฟังออกถึงความอดกลั้นในน้ำเสียงนั้น
