กำหนดวันออกศึกขององค์ชายรัชทายาทจางหยวนเจ๋อไว้เป็นวันที่ 12 เดือนสิบเอ็ด
สำนักโหรหลวงเลือกฤกษ์ยามมงคลไว้เป็นยามเหม่า เค่อที่สาม
คืนก่อนวันออกศึก หิมะโปรยบาง ๆ ลงมาเหนือเมืองจินหลิง ลานหน้าตำหนักเฟิ่งเทียนมีหิมะขาวปกคลุมบาง ๆ ทหารองครักษ์กวาดหิมะตลอดทั้งคืนจนเปิดเป็นทางไว้สองข้างทางมีหิมะกองพะเนิน เมื่อเหยียบลงไปก็เกิดเสียงกรอบแกรบ
จางหยวนเจ๋อตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ฮั่วหนิงลงมือผูกเกราะให้เขาด้วยตนเอง ฮั่วหนิงมีชาติกำเนิดจากกองกำลังเก่าของอ๋องเยียน ฝีมือผูกเกราะคล่องแคล่วกว่าสตรีทั่วไป เมื่อนางผูกสายเส้นสุดท้ายเสร็จ ก็ถอยหลังไปสองก้าว พินิจดูครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้า
“ออกรบเสร็จแล้วก็กลับมาโดยเร็ว” ฮั่วหนิงกล่าว นางเชื่อมั่นในจางหยวนเจ๋อ เทพสงครามผู้นี้เป็นอย่างยิ่ง!
จางหยวนเจ๋อยิ้ม แต่ไม่ได้กล่าวอะไร
เขาออกจากวังบูรพา พลิกกายขึ้นม้า มุ่งหน้าไปยังสนามฝึก ระหว่างผ่านจวนองค์ชายรัชทายาทก็รั้งบังเหียน มองไปทางนั้นแวบหนึ่ง
ประตูจวนองค์ชายรัชทายาทเปิดแง้มอยู่ มีคนเดินเข้าออกไม่ขาดสาย ล้วนเป็นคนของจางเหิง เริ่มจัดเตรียมและลำเลียงเสบียงกันแล้ว
สนามฝึกอยู่ทางเหนือของเมือง กองทหารห้าหมื่นนายตั้งขบวนเป็นสามแนว
ทหารเก่าของอ๋องเยียนสามหมื่นนาย ทหารเก่าของเจิ้นเป่ยกงที่ระดมมาหนึ่งหมื่นนาย และอีกหนึ่งหมื่นนายคัดมาจากกองรักษาการณ์ในแต่ละท้องที่ เบื้องหน้าขบวน ธงผืนแล้วผืนเล่าสะบัดไหวส่งเสียงพรึ่บพรับกลางสายลม
จางหยวนเจ๋อขี่ม้าขึ้นแท่นบัญชาการ เบื้องล่าง ทหารห้าหมื่นนายคุกเข่าลงพร้อมเพรียง เสียงเกราะกระทบกันแผ่กระจายดุจคลื่น
“ลุกขึ้น” เสียงของจางหยวนเจ๋อไม่ดังนัก ทว่าทุกคนเบื้องล่างได้ยินชัดเจน
“เป่ยสงรุกรานเข้ามาสามทาง ทางตะวันออกผ่านด่านเถี่ยเหมิน ทางกลางผ่านจวนต้าถง ส่วนทางตะวันตกผ่านจี้โจว มีทหารม้าสวมเกราะห้าหมื่นนาย แม่ทัพรักษาด่านเถี่ยเหมิน โจวหย่วน เสียชีวิตในสนามรบ กองรักษาการณ์เซวียนฝู่ถอยร่นกลับเข้าไปในด่าน วันนี้ข้าจะนำพวกเจ้าขึ้นเหนือ ไม่มีเหตุผลอื่นใด นอกจากขับไล่เป่ยสงกลับทุ่งหญ้า!”
