ยามจางเหิงเดินเล่นอยู่นั้น ภายในห้องส่วนตัวห้องหนึ่ง มีบุรุษสองคนกับสตรีสองนางนั่งเว้นระยะห่างกันอยู่
บุรุษคนหนึ่งสวมอาภรณ์สีเขียว กำลังคลึงลูกประคำเล่น บนใบหน้าประดับรอยยิ้ม ดูสง่างามเป็นสุภาพชนยิ่ง
อีกคนเป็นบุรุษในชุดคลุมสีขาวหรูหรา ด้านหลังยังมีเด็กรับใช้ติดตาม ดูปราดเดียวก็รู้ว่ามีชาติตระกูลไม่ธรรมดา
ทันใดนั้น บุรุษชุดเขียวมองไปทางโถงใหญ่แล้วกล่าวว่า “พี่กู้ ท่านดูสิ ใครมาแล้ว”
บุรุษชุดขาวที่ถูกเรียกว่าพี่กู้มองตามทิศทางนั้น ครั้นเห็นว่าจางเหิงมาแล้ว หางตาก็กระตุกวูบ “ผู้นั้นคือซื่อจื่อผู้ไม่ได้เรื่องของอ๋องเยียนมิใช่หรือ เหตุใดเขาจึงมาที่นี่ได้?”
“ใครจะรู้ว่าเขาคิดหมายตาผู้ใดอีก” สตรีชุดแดงฝั่งตรงข้ามกล่าวอย่างจนใจ
“บางทีอาจมาเพราะซือซือก็เป็นได้” สตรีชุดชมพูอีกนางยิ้มกล่าว
บุรุษชุดเขียวเอ่ยว่า “ข้าน้อยได้ยินว่าซื่อจื่อเยียนผู้นี้เมื่อไม่กี่วันก่อนยังไปเข้าสอบเคอจวี่อีกด้วย เขาไม่กลัวทำให้ราชวงศ์ต้องอับอายหรือ”
“ก็ข้าเพียงพูดไปส่งเดช ใครจะคิดว่าเขาจะถือเป็นจริงเป็นจัง ต่อให้สอบได้ ข้าก็ไม่เหลียวแลเขาหรอก” คุณหนูซือซือกล่าวอย่างดูแคลน
ได้ยินเช่นนั้น บุรุษชุดขาวก็หัวเราะ “อ๋องเยียนห้าวหาญไร้ผู้ใดเทียมในกองทัพ ทว่าบุตรชายที่ให้กำเนิดมา...เฮ้อ ไม่พูดถึงจะดีกว่า”
บุรุษชุดเขียวหัวเราะพลางกล่าวว่า “แม้แต่องค์ชายรัชทายาทก็ไม่จำเป็นต้องลงมือจัดการเขาเป็นพิเศษ เพียงฝ่าบาททอดพระเนตรเห็นเขา ก็ย่อมพานไม่โปรดอ๋องเยียนไปด้วย”
แววตาบุรุษชุดขาววูบไหว “สหาย โปรดระวังวาจา!”
....
จางเหิงเดินมาตลอดทาง เรียกสายตาลอบมองและเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากผู้คนไม่น้อย
