ก่อนวันแต่งงานหนึ่งวัน ซูซิงเยว่ไปยังจวนของเจียงรั่วสุ่ย
เจียงรั่วสุ่ยพักอยู่ในเรือนเล็กแห่งหนึ่งใกล้จวนซื่อจื่อชั่วคราว พรุ่งนี้นางจะแต่งออกจากที่นี่
จางเหิงสั่งให้คนเก็บกวาดเรือนจนสะอาดสะอ้าน ทั้งยังจัดหาเครื่องเรือนและของใช้ในชีวิตประจำวันมาเพิ่มเติม ตัวอักษรมงคล ‘ซวงสี่’ ประดับอยู่ทั่วเรือน
ยามซูซิงเยว่ไปถึง เจียงรั่วสุ่ยกำลังนั่งตากแดดอยู่ในลาน นางผอมลงมาก ใบหน้ายังขาวซีดคล้ายคนป่วย ทว่าจิตใจดีขึ้นไม่น้อย
ซูซิงเยว่นั่งลงตรงข้ามอาจารย์ เจียงรั่วสุ่ยมองนางด้วยแววตาเปี่ยมความยินดีปรีดาและความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะเอ่ย
“พรุ่งนี้เจ้าก็จะแต่งงานแล้ว” เจียงรั่วสุ่ยเอ่ยขึ้น
“อืม”
“ตื่นเต้นหรือไม่?”
ซูซิงเยว่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนส่ายหน้า “ไม่ตื่นเต้น เพียงแต่รู้สึกไม่ค่อยเหมือนเรื่องจริง”
เจียงรั่วสุ่ยยิ้ม นางยื่นมือช่วยรวบปอยผมที่ระอยู่ข้างแก้มของซูซิงเยว่ไปทัดไว้หลังหู “ตอนเจ้ายังเด็ก ข้าพาเจ้าหนีออกมาจากแดนเหนือ ตอนนั้นเจ้ายังตัวเท่านี้ ข้าแบกเจ้าเดินทางสามวันสามคืน เจ้าฟุบหลับอยู่บนหลังข้า น้ำลายไหลเปียกคอข้าไปหมด ตอนนั้นข้าคิดว่า หากวันหน้าเด็กคนนี้ได้แต่งเข้าตระกูลดี ๆ ข้าก็พอใจแล้ว”
ซูซิงเยว่ฟังแล้วดวงตาร้อนผ่าว นางมิได้กล่าวสิ่งใด เพียงยื่นมือไปกุมมือเจียงรั่วสุ่ยไว้
“ข้าสังเกตจางเหิงมาระยะหนึ่งแล้ว” เจียงรั่วสุ่ยกล่าวต่อ “เขาทำการสิ่งใดล้วนมีชั้นเชิง แต่ในใจมีหลักยึดมั่น เขาดีกับเจ้า ทั้งยังดีกับคนรอบข้าง เจ้าอยู่กับเขา ข้าก็วางใจ”
“แต่ความสัมพันธ์ในราชวงศ์ซับซ้อนยิ่งนัก เจ้าต้องระมัดระวังให้มาก”
ซูซิงเยว่พยักหน้า
นางก้มมองมือของตนที่กุมมืออาจารย์ไว้ มือคู่นั้นมิได้เยาว์วัยอีกต่อไปแล้ว
“อาจารย์ ต่อไปท่านก็คือมารดาของข้า” ซูซิงเยว่เอ่ย
“อืม”
“ต่อไปท่านอยู่ที่จินหลิงเถิด อย่าไปไหนอีก ข้าจะมาเยี่ยมท่านบ่อย ๆ”
เจียงรั่วสุ่ยตบหลังมือนางเบา ๆ “ได้”
.......
วันแต่งงาน เมืองจินหลิงมีท้องฟ้าแจ่มใสไร้เมฆ
จวนซื่อจื่อตกแต่งประดับประดาด้วยโคมไฟและผ้าแพรแดง ผ้าแพรแดงปูทอดจากหน้าประตูจวนไปจนถึงโถงใหญ่