“ไม่คิดเลยว่าฝีมือคุณจะยอดเยี่ยมขนาดนี้” หวังจื่อหมิงไม่สนใจคนอื่น หันไปพูดกับอู๋ฟานว่า “ปลากระพงทอดราดน้ำเปรี้ยวหวาน ผมเคยกินมาหลายร้านแล้ว แต่ไม่เคยเจอร้านไหนทำได้อร่อยกว่าหัวหน้าครัวหลิวเลย ผมคิดมาตลอดว่าปลากระพงทอดราดน้ำเปรี้ยวหวานฝีมือหัวหน้าครัวหลิวอร่อยที่สุดในประเทศ ไม่คิดเลยว่าจะพ่ายให้กับครูสอนพลศึกษาอย่างคุณ”
“ขอบคุณที่ชมครับ” อู๋ฟานตอบอย่างสุภาพ ความยุติธรรมของหวังจื่อหมิงทำให้เขาประทับใจอีกฝ่ายมาก
“ผมพูดไปตามความจริงเท่านั้น” หวังจื่อหมิงพูดพลางมองชามซุปสองใบในมือพนักงานที่ยืนอยู่ข้างๆ แล้วว่า “ซุปสองชามนี้ก็ใช้แข่งด้วยหรือเปล่า ถ้าอย่างนั้น...”
“ถ้าอย่างนั้นให้ผมเป็นคนชิมเถอะ” ทันใดนั้นชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงที่นั่งประธานก็เอ่ยขึ้น ทุกคนต่างหันไปมองเขา สีหน้าของเขาสงบนิ่งขณะพูดว่า “เมื่อครู่ดื่มเหล้าไปไม่น้อย พอดีเลยว่าจะดื่มซุปสักหน่อย”
“ถ้าเจ้าหนูคงยอมเป็นกรรมการ อย่างนั้นก็ดีที่สุดแล้วครับ” หวังจื่อหมิงพูด
ในเมื่อหวังจื่อหมิงพูดเช่นนี้แล้ว คนอื่นๆ ย่อมไม่มีความเห็นเป็นอื่น
อันที่จริง การแข่งรอบที่สามจะแข่งหรือไม่ก็ไม่ต่างกัน เพราะอู๋ฟานชนะติดต่อกันมาสองรอบแล้ว ชัยชนะสุดท้ายย่อมตกเป็นของเขา
แต่ในเมื่อหวังจื่อหมิงกับชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงที่นั่งประธานต่างเอ่ยปากแล้ว ผู้จัดการหวงก็ไม่กล้าปฏิเสธ อีกทั้งเขาเองก็อยากชนะสักรอบ เพื่อกู้หน้าฝั่งภัตตาคารไว้บ้าง อย่างน้อยก็ยังดีกว่าแพ้รวดทุกกระบวนท่า
