ไม่นานนัก อิ้งเฉินลืมตรึกขึ้น คิ้วค่อย ๆ ขมวดแน่น
เมื่อสืบค้นความทรงจำจากวิญญาณเสร็จ เขาเห็นสถานที่สุดท้ายที่ศิษย์น้อยคนนั้นไปเยือน…คฤหาสน์แป๊ะ
หลังจากนั้นก็มองเห็นอะไรไม่ได้อีกเลย ฉะนั้นสถานที่แห่งนั้นย่อมต้องมีปัญหาแน่นอน
เมื่อยืนยันได้ว่าคฤหาสน์แป๊ะตั้งอยู่ในเมืองนี้ บ่ายวันนั้น อิ้งเฉินจึงพาเซิ่งหน่วนออกจากโรงเตี๊ยบเพื่อมุ่งหน้าสู่คฤหาสน์แป๊ะ
เมื่อมาถึงหน้าประตูคฤหาสน์แป๊ะ อิ้งเฉินอุ้มสุนัขจิ้งจอกตัวน้อยไว้แล้วกำลังจะเคาะประตู
แต่ช่วงเวลานั้นเอง เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น
“อิ้งเฉินน้อย!”
อิ้งเฉินชะงักเล็กน้อยแล้วหันตาไปมอง เซิ่งหน่วนที่อยู่ในอ้อมแขนก็เงยหน้าตาม ทันเห็นร่างสีขาวผ้าไหวพลิ้วปรากฏขึ้นในสายตา
นักบำเพ็ญหญิงผู้เย็นชาดุจเทพธิดาแต่งามเกินใครเดินมายืนข้างอิ้งเฉิน “เจ้าก็มาอยู่ที่นี่เหมือนกันสินะ”
อิ้งเฉินพยักหน้าแล้วก้มกราบ “ปรมาจารย์หญิง”
เซิ่งหน่วนรู้มาจากฝ่ายบริการลูกค้าว่านักบำเพ็ญหญิงคนนี้ชื่ออิ้งชิงหลิง เป็นศิษย์ป้าของอาจารย์อิ้งเฉิน และเป็นศิษย์คนสุดท้ายของเจี้ยนจุนด้วย
พูดอีกนัยหนึ่ง แท้จริงแล้วอิ้งชิงหลิงคือศิษย์เล็กของอิ้งเฉินเสียเอง แต่ตอนนี้อิ้งเฉินกลับเรียกปรมาจารย์หญิงอยู่ห่าง ๆ ทีละคำ
เซิ่งหน่วนแทบขำออกมา แต่พอเผชิญกับสีหน้าเย็นเยียบที่จ้องตรวจตราของอิ้งชิงหลิงก็รีบกลั้นไว้ทัน
ต่อมาเธอจึงฟังเข้าใจว่า อิ้งชิงหลิงก็ตรวจพบความผิดปกติของคฤหาสน์แป๊ะเข้าเช่นกัน เธอจึงมาปรากฏตัวตรงนี้
เมื่อรู้ว่าอิ้งชิงหลิงก็มีจุดประสงค์ไปสำรวจเช่นกัน อิ้งเฉินขมวดคิ้วแล้วเอ่ยห้าม “ไม่เชิญให้ข้าไปสำรวจก่อนเลยก็ได้ หากจำเป็น จึงขอความช่วยเหลือจากปรมาจารย์หญิง”
แต่อิ้งชิงหลิงชัดเจนว่าไม่มีทีท่าจะทำตาม “เจอกันแล้วก็ไปด้วยกัน ตกลงตามนี้”
