บาดแผลของอาเชาได้รับการปฐมพยาบาลอย่างง่าย ๆ แล้ว
แต่ก็ยังเจ็บอยู่ดี
เหงื่อชุ่มเต็มใบหน้า เขาพิงโซฟา นั่งจ้องเฉินเยี่ยนเขม็ง
จมูกของเฉินเยี่ยนเบี้ยวไปแล้ว
แม้จะใช้ผ้าขนหนูที่บาร์เทนเดอร์ให้มาเช็ดคราบเลือดออกไปบ้าง แต่ทั้งใบหน้ายังคงแดงก่ำจากคราบเลือดที่หลงเหลือ
ทั้งสองจ้องตากันอยู่อย่างนั้น ไม่มีใครคิดจะหลบสายตาอีกฝ่าย
“ก็แค่ล้อเล่น...”
ผ่านไปครู่ใหญ่ อาเชาถึงสบถอย่างไม่สบอารมณ์ “แกต้องเอาให้ถึงตายเลยหรือไงวะ?”
“นายก็ล้อเล่นกับคนอื่นแบบนี้เหมือนกันหรือเปล่า?”
เฉินเยี่ยนมองเขา “ถ้าใช่ ก็แปลว่าฉันล้อเล่นไม่เป็นเอง”
“ไอ้หนูนี่มีนิสัยไม่เลวเลย!”
ชายร่างกำยำคนหนึ่งในกลุ่มเล่นไพ่หัวเราะพลางพูดว่า “เอาละ อาเชา แพ้ก็แพ้ไป ใครใช้ให้นายปากเสียเองล่ะ? ทุกครั้งที่อ้าปากก็เหมือนเพิ่งกินขี้ค้างคืนมา”
“ไปตายซะ!”
อาเชาหันไปด่า ก่อนขมวดคิ้วมองเฉินเยี่ยนอีกครั้ง “นายอายุเท่าไหร่?”
“18”
“ก่อนหน้านี้ทำอะไรมา?”
“ทำมาหมด”
“ทำมาหมดงั้นเหรอ อายุแค่นี้แต่ปากกล้าไม่เบา เคยฆ่าคนไหม?”
“...เคย”
อาเชาชะงักไป
คนอื่น ๆ ก็พากันประหลาดใจอยู่บ้าง
ถ้าไม่ได้เจอเรื่องเมื่อครู่นี้ พวกเขาคงคิดว่าเฉินเยี่ยนพูดโม้
เด็กวัยนี้ชอบคุยโวกันเป็นธรรมดา
แต่ความเหี้ยมที่เฉินเยี่ยนแสดงออกมาเมื่อครู่ กลับทำให้พวกเขาคิดว่าไอ้หนูนี่อาจเคยเปื้อนเลือดมาจริง ๆ
“ฆ่าใคร?”
“น้องชายฉัน”
“น้องชายแท้ ๆ เหรอ?”
