“ก็สงสัยจริง ๆ นั่นแหละ”
เฉินเยี่ยนพยักหน้า “แต่ก็แค่สงสัยเท่านั้น”
“ฉันยังรู้สึกว่าตัวนายเมื่อก่อนดูเป็นมนุษย์กว่านี้นะ”
ฮั่วขุยยิ้มขื่น
ตอนพบเฉินเยี่ยนครั้งแรก เขามองออกอย่างชัดเจนว่าอีกฝ่ายประหม่าเพียงใดกับการเก็บของยามค่ำคืนครั้งแรก
ต่อมา ตอนที่เขาช่วยเฉินเยี่ยนวางแผนฆ่าอู๋หยาง ปฏิกิริยาของเด็กคนนี้แม้จะไม่ตื่นตระหนกอย่างที่คิดไว้ แต่ก็แสดงความหวาดกลัวตามที่ควรจะเป็น เมื่อได้เห็นนักสู้สนธยาฆ่าคนเป็นครั้งแรก
แต่ตอนนี้…
ฝึกมาได้ยังไงกันนะ?
สำหรับเฉินเยี่ยน สิ่งที่เขาพูดก็เป็นความจริงเช่นกัน
เขาแค่สงสัยว่าอาเชายังมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร
แต่เรื่องนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับตัวเขามากนัก
แค่รู้ว่าอาเชาไว้ใจไม่ได้ ต่อไปทำอะไรก็ระวังอีกฝ่ายไว้หน่อยก็พอ
ฮั่วขุยไม่อยากจัดการอาเชา เช่นเดียวกับตอนที่จางหยางมาแจ้งความ เขาเองก็ทำใจลงมือไม่ไหว
“ฉันว่าเรื่องนี้อาจไม่เกี่ยวกับอาเชาก็ได้”
ถึงเฉินเยี่ยนจะไม่ถาม ฮั่วขุยก็เอ่ยขึ้นเอง “อย่างน้อยตอนนี้ ฉันยังไม่มีหลักฐานพิสูจน์ว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเขา”
“อ้อ”
เฉินเยี่ยนพยักหน้า “งั้นค่อยหาหลักฐานเจอแล้วค่อยว่ากัน”
“ไม่ถามต่อจริง ๆ เหรอ?”
ฮั่วขุยกลับอดสงสัยไม่ได้
เฉินเยี่ยนยิ้มน้อย ๆ “นี่เป็นสหภาพของพี่ ผมก็แค่สมาชิกใหม่”
ฮั่วขุยชะงักไป ก่อนจะหัวเราะตาม
“จริง นายพูดไม่ผิด”
ฮั่วขุยเปลี่ยนเรื่อง “เห็นนายคิดอะไรได้ชัดเจนขนาดนี้ หัวคงไม่เป็นไรแล้วสินะ?”
