คำพูดของสวีชิง
ไม่ได้ทำให้ทั้งสองคนมั่นใจว่าสูเฮ่ามียีนแบบนั้นหรือไม่
แต่กลับทำให้หานเจียงเสวี่ยมั่นใจว่าตัวเองเป็นคนแบบนั้น
เธอเป็นคนที่รู้สึกถึงความสุขแปลกประหลาดจากการต่อสู้ ความเจ็บปวด การท้าทาย และความรุนแรง
ความสุขแบบนั้นไม่ได้เกิดขึ้นแค่ทางร่างกาย
ที่สำคัญกว่านั้นคือทางจิตใจ!
ทุกครั้งที่ได้สิ่งที่ต้องการ ความสุขทางจิตใจจะท่วมท้นยิ่งกว่าความสุขทางร่างกายหลายเท่า
ความรู้สึกแบบนี้ทำให้หานเจียงเสวี่ยไม่มีแม้แต่ความกล้าจะไปค้นข้อมูลในอินเทอร์เน็ต
หรือจะพูดว่าเธอรู้อยู่แล้วก็ได้
หลังจากรู้สึกถึงมันได้ไม่นาน เธอก็รู้แล้ว
เพียงแต่ไม่กล้าเปิดม่านชั้นสุดท้ายนี้ออกมาเสียที
เพราะในฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง
เธอจะมียีนแบบนี้ได้อย่างไร?
เธอยังจะนับเป็นคนปกติได้หรือไม่?
แล้วชีวิตของเธอจะเป็นอย่างไร?
เธอไม่รู้ ในสังคมก่อนวันสิ้นโลก เธอยิ่งไม่อยากรู้เข้าไปใหญ่ จึงได้แต่ยืดเวลาออกไปเรื่อย ๆ...จนกว่าจะปิดบังไม่ไหว หรือมีคนจับได้
แต่โชคดีที่วันสิ้นโลกมาถึงแล้ว...
“อืม” หานเจียงเสวี่ยเงียบไปครู่หนึ่ง
จากนั้นก็เปลี่ยนเรื่อง “ใกล้ถึงแล้ว เรารอสูเฮ่าที่นี่เถอะ”
สวีชิงพยักหน้า “ได้”
————
อีกด้านหนึ่ง
สูเฮ่าสังหารไปเกือบหมดแล้ว
รวมแล้วมีซอมบี้แค่เจ็ดแปดสิบตัว ระหว่างทางที่เดินมาเขาก็ฆ่าไปอีกสิบกว่าตัว
เมื่อมีสายตาจับความเคลื่อนไหวระดับเหนือมนุษย์กับประสาทว่องไว ปฏิกิริยาและความสามารถในการรับมือของสูเฮ่าก็รวดเร็วอย่างเหลือเชื่อ
แทบจะเรียกได้ว่าแค่ซอมบี้ยกมือ เขาก็รู้แล้วว่าต่อจากนั้นมันจะทำอะไรบ้าง
พูดง่าย ๆ ก็คือ แค่เห็นมันยกก้นก็รู้แล้วว่ากำลังจะถ่ายอะไร
