ทั้งสามคนมุ่งหน้าไปยังห้าง
ระหว่างทาง
สวีชิงมองพรรณไม้บนเกาะกลางถนน พลางร้องอุทานออกมา
“พวกมันโตขึ้นขนาดนี้ในคืนเดียวเลยเหรอ?! ทั่วโลกกลายพันธุ์กันหมดแล้วหรือไง?”
ตอนนี้บนเกาะกลางถนน
วัชพืชที่เตี้ยที่สุดก็สูงหนึ่งเมตรแล้ว บางต้นสูงถึงเอว
ต้นที่สูงหน่อยก็สูงกว่าคนจนบังทัศนวิสัยไปหมด
ส่วนต้นไม้
บางต้นพุ่งสูงขึ้นหลายเมตรภายในคืนเดียว สูงเทียบกับตัวอาคาร
ต้นหญ้าที่เคยขึ้นอยู่ใต้กระเบื้องและอิฐแดง
ก็ชอนไชดันก้อนอิฐขึ้นมา ก่อนจะแทงยอดออกมาเป็นกระจุกใหญ่
วัชพืชบางต้นถึงกับดันก้อนอิฐขนาดใหญ่ที่หนักหลายสิบชั่งให้ยกขึ้น แล้วงัดไปกองไว้ด้านหนึ่ง เปิดหลุมใหญ่บนพื้นให้ตัวเองเติบโตอย่างอิสระ
สูเฮ่าหันไปมองถนน
ถนนยางมะตอยยังพอทนได้
แต่ทางเท้าพังเสียหายหมดแล้ว พื้นอิฐถูกวัชพืชนับไม่ถ้วนดันขึ้นจนพังยับ
บางต้นถึงกับดันฝาท่อจนทะลุ แล้วแทงยอดขึ้นหาแสงแดด
“คาดว่าอีกไม่นาน สิ่งปลูกสร้างในเมืองก็คงถูกธรรมชาติปกคลุมไปหมด” สูเฮ่าส่ายหน้า
“เกินไปแล้ว” สวีชิงพึมพำ
“เมื่อก่อนฉันเคยอ่านรายงาน งานวิจัยบอกว่าเมืองร้างต้องใช้เวลา 30-50 ปี กว่าพืชพรรณธรรมชาติจะกลับมาปกคลุม และสัตว์ป่าจะกลับมาเติบโตขยายพันธุ์”
“แต่ดูจากความเร็วแบบนี้ มากสุดไม่เกินหนึ่งปี ตึกสูงก็คงถูกวัชพืชกับเถาวัลย์ปกคลุมไปหมด”
หานเจียงเสวี่ยเงยหน้ามอง
เธอเห็นต้นขนุนใหญ่ต้นหนึ่งในสวนสาธารณะ ซึ่งเดิมสูงกว่าสิบเมตร ตอนนี้สูงขึ้นเกือบสามสิบเมตรแล้ว สูงพอ ๆ กับตึกสิบชั้น
“สงสัยต้นไม้ใหญ่คงเต็มเมืองไปหมดเหมือนกัน”
