ครั้นเหวินไท่เยว่เห็นองค์รัชทายาท สีหน้าก็แปรเปลี่ยนเล็กน้อย
จากนั้นจึงก้มกายคำนับ
“กระหม่อมเฒ่าขอถวายบังคมองค์รัชทายาทพ่ะย่ะค่ะ”
เซียวเฉิงเซวียนเดินไปถึงหน้าโต๊ะทรงพระอักษร แต่หาได้ชายตามองเขาไม่
“เสนาบดียังไม่ได้ตอบเรา”
“เหตุใดป้ายโคมของหอเป่ยหมิงจึงไปอยู่ในมือเผยจิ้น”
“หากเผยจิ้นสังหารผู้ถือโคมได้ตามใจ เช่นนั้นหอเป่ยหมิงก็คงไร้ประโยชน์เกินไปกระมัง”
“แล้วภายหน้าจะช่วยราชสำนักทำงานได้อย่างไร”
คำถามสามข้อถาโถมต่อเนื่อง เหงื่อเย็นพลันผุดขึ้นตรงขมับของเหวินไท่เยว่
เขาไม่คิดเลยว่าเซียวเฉิงเซวียนจะรออยู่ในห้องทรงพระอักษร!
ยิ่งไม่คาดคิดว่าองค์รัชทายาทจะกล่าวแทนเผยจิ้นต่อหน้าฮ่องเต้อย่างเปิดเผย!
เหวินไท่เยว่เงยหน้าขึ้น ข่มความโกรธในใจไว้
“องค์รัชทายาท”
“แม้ป้ายโคมนี้จะเป็นของจริง แต่เผยจิ้นก็อาจได้มาจากที่อื่น”
“ยังสรุปไม่ได้ว่าเขาเป็นคนสังหารคนของหอเป่ยหมิง”
“ส่วนได้มาอย่างไร คงต้องถามเผยจิ้นเอง”
เซียวเฉิงเซวียนหัวเราะหึ ๆ
“ถามเขาหรือ”
“เมื่อครู่เสนาบดีมิได้ปักใจแล้วหรือว่าหานเยว่ตายด้วยน้ำมือเผยจิ้น”
เหวินไท่เยว่ขมวดคิ้วแน่น “กระหม่อมเพียงคาดเดาเท่านั้น!”
“คาดเดาหรือ”
“หึ ๆ”
เซียวเฉิงเซวียนหันไปมองเหวินไท่เยว่ ก่อนหัวเราะเย็นชา
“ตอนจ้าวชิงหวยทรยศไปเข้ากับศัตรู เสนาบดีกลับบอกว่าหลักฐานไม่พอ”
“ตอนหอเป่ยหมิงลอบสังหารเผยจิ้น เสนาบดีกลับบอกว่าเป็นการล้างแค้นระหว่างยุทธภพ”
“บัดนี้หานเยว่ตายแล้ว แค่ป้ายโคมผุพังชิ้นเดียวก็ทำให้เสนาบดีปักใจว่าพบฆาตกรได้หรือ”
“อย่างไร พอเป็นเรื่องของเผยจิ้น การคาดเดาก็ใช้เป็นหลักฐานความผิดได้แล้วหรือ”
เหวินไท่เยว่เงยหน้าพรวด “องค์รัชทายาท โปรดระวังวาจา!”
“เผยจิ้นกุมกำลังทหารอยู่เมืองโยวโจว ทั้งยังบังอาจสังหารขุนนางของราชสำนัก เรื่องนี้เกี่ยวพันถึงความมั่นคงของแผ่นดิน!”
“หานเยว่ตายด้วยมือเขาหรือไม่ จำต้องสอบสวนอย่างละเอียด!”
เซียวเฉิงเซวียนค่อย ๆ เดินเข้าไปหาเหวินไท่เยว่
“หึ ๆ เราเห็นด้วยกับการสอบสวนอย่างละเอียด”
“แต่จงเริ่มจากสืบว่าหานเยว่เปลี่ยนชื่อแซ่ด้วยเหตุใด!”
