“มีใครอยู่บ้าง! จับจ้าวชิงหวยขังคุกใหญ่ แล้วเค้นสอบอย่างหนัก!”
“ต้องสอบให้ได้ว่าเขาสมคบคิดกับชนเผ่าป่าเถื่อนอย่างไรบ้าง!”
“ใต้เท้าไว้ชีวิตด้วย!”
ยามที่ทหารองครักษ์ลากจ้าวชิงหวยออกไป เขายังคงดิ้นรนและร้องตะโกนสุดชีวิต
ชาวบ้านกับเหล่าทหารที่มุงดูต่างเดือดดาลยิ่งนัก แทบอยากพุ่งเข้าไปฉีกเจ้าคนขายชาติให้เป็นชิ้น ๆ!
ครู่ต่อมา
ฉู่หวยชิวสูดหายใจลึก ก่อนหันไปมองเผยจิ้น
แววตาของเขาไร้ซึ่งความหยิ่งยโสและการพินิจพิเคราะห์เช่นก่อนหน้าอีกแล้ว
จากนั้นจึงประสานมือคำนับเผยจิ้นอย่างจริงจัง
“นายทหารเผย ดูท่าข้าจะประเมินเจ้าไว้ต่ำไป”
สิ้นคำ ทุกคนในที่นั้นต่างตกตะลึง
ฉู่หวยชิวกล่าวช้า ๆ ว่า “ครั้งนี้ข้ามาตามพระบัญชาของฝ่าบาท”
“ประการแรก เพื่อมาตรวจสอบกิจการทหารของโยวโจว บัดนี้พิสูจน์แล้วว่าจ้าวชิงหวยสมควรตายหมื่นครั้ง!”
“ประการที่สอง...”
เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ ฉู่หวยชิวก็ชะงักไปเล็กน้อย
“เพื่อหยั่งเชิงเจ้า!”
“ฝ่าบาททรงต้องการดูว่าเจ้ามีความสามารถพอจะรักษาเมืองโยวโจวแห่งนี้ไว้ได้หรือไม่!”
“เท่าที่เห็นในตอนนี้ เจ้าไม่เพียงมีความกล้าหาญเช่นโหวแห่งแดนเหนือ แต่ยังมีแผนการเหนือกว่าผู้เป็นอาจารย์อีกด้วย!”
ความจริงฉู่หวยชิวยังมีอีกเรื่องที่ไม่ได้กล่าว นั่นคือคอยหาโอกาสกำจัดเผยจิ้น
นี่ก็เป็นพระบัญชาลับที่ฝ่าบาทประทานแก่เขา
หากเผยจิ้นแสดงความไร้ความสามารถแม้แต่น้อย หรือคิดทรยศไปเข้ากับศัตรู
ก็ให้สังหารโดยไม่ต้องละเว้น!
แต่หากไม่เป็นเช่นนั้น ก็ฉวยโอกาสให้เผยจิ้นเข้าควบคุมโยวโจว
จากนั้น
ฉู่หวยชิวหันขวับไปทางผู้คนทั่วทั้งลาน เสียงดังกังวานราวระฆังยักษ์
“ยามแผ่นดินประสบภัย โยวโจวจะไร้ผู้ปกครองแม้วันเดียวไม่ได้!”
“ข้าในนามผู้ตรวจการ ขอปลดจ้าวชิงหวยออกจากตำแหน่งผู้พิทักษ์เมืองโยวโจวทันที!”
“ให้เผยจิ้น นายทหารรักษาชายแดนแห่งโยวโจว เข้าบัญชาการกิจการทหารทั้งหมดของโยวโจวชั่วคราว และรับผิดชอบเต็มกำลังในการต้านทานชนเผ่าป่าเถื่อนกับปกป้องโยวโจว!”
