“ดูยังไงก็เป็นของเก่าพัง ๆ ชิ้นหนึ่ง”
หลินหยวนพลิกนาฬิกาพกตรวจดูซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบ ถึงขั้นใช้เล็บแงะรอยต่อระหว่างหน้าปัดกับฝาหลัง แต่กลับแนบสนิทไร้ช่องว่าง ไม่เห็นร่องรอยว่ามีช่องลับซ่อนอยู่เลย
ทว่าเขารู้ดีว่า ของที่ทำให้ตระกูลจ้าวยอมใช้แม้กระทั่งทหารรับจ้าง และทำให้จอมโจรระดับเออย่างจิ้งจอกดำได้ยินข่าวจนต้องเคลื่อนไหว ไม่มีทางเป็นแค่ของธรรมดาอย่างที่เห็นแน่
“เก็บไว้ให้ดี ของนี่ตอนนี้มีค่ากว่าชีวิตเธออีก”
หลินหยวนยัดนาฬิกาพกคืนใส่มือซูชิงชิง ก่อนหันหลังเตรียมเดินไปยังห้องคนใช้เล็ก ๆ ซอมซ่อข้างโถงทางเข้า
“หลินหยวน รอก่อน”
เสียงซูชิงชิงดังมาจากด้านหลัง เจือความลังเลอยู่เล็กน้อย
หลินหยวนหยุดฝีเท้า หันกลับมาแล้วเอนตัวพิงกำแพงอย่างเกียจคร้าน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์คุ้นตาปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง
“มีอะไรครับคุณซู เพิ่งแยกกันไม่กี่วินาทีก็คิดถึงผมแล้วเหรอ?”
“หรือดึกดื่นป่านนี้ อยากชวนผมคุยเรื่องส่วนตัว?”
ใบหน้าซูชิงชิงร้อนวูบ เธอถลึงตาใส่หลินหยวน แต่คำพูดที่จ่ออยู่ริมฝีปากกลับไม่หลุดเป็นคำด่าเหมือนทุกที
เธอกัดริมฝีปาก สายตาเลื่อนไปยังหน้าต่างกระจกบานใหญ่บานใหม่ในห้องนั่งเล่น ก่อนเอ่ยเสียงเบาลง
“หน้าต่างเมื่อคืน...เมื่อคืนก็มีคนบุกมาด้วยใช่ไหม?”
“นายเป็นคนไล่พวกนั้นไปใช่หรือเปล่า?”
ซูชิงชิงไม่ใช่คนโง่ คืนนี้โก่วคลั่งพาคนถือปืนบุกเข้ามาในสำนักงาน ส่วนเมื่อคืนกระจกนิรภัยที่บ้านก็แตกขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ พอเอาสองเรื่องมาเชื่อมโยงกัน คำตอบก็ชัดเจนอยู่แล้ว
