เสียงสูดปากด้วยความตกใจดังระงมไปทั่วงาน
หนึ่งล้าน!
ซื้อสร้อยไพลินหนึ่งเส้นที่ประเมินราคาแล้วอย่างมากก็แค่สามแสน!
ไอ้หนุ่มนี่มันบ้าสุดขั้วจริง ๆ!
นิ้วมือที่กำค้อนไม้ประมูลของเสิ่นชิงจู๋ค่อย ๆ กระชับแน่น แววตาฉายประกายวูบหนึ่ง ยิ่งคนพวกนี้ประมูลราคาสูงเท่าไรยิ่งดี ราคาสูงขึ้นเท่าไร ส่วนแบ่งที่เธอจะได้ก็ยิ่งมากขึ้น
เธอมองหลินหยวนลึก ๆ ก่อนประกาศเสียงดังว่า
“สุภาพบุรุษแถวหน้าท่านนี้เสนอราคาหนึ่งล้าน! มีใครจะเพิ่มราคาอีกไหมคะ?”
“หนึ่งล้านครั้งที่หนึ่ง!”
จ้าวเทียนอวี่มองใบหน้าของหลินหยวนที่แทบสิ้นหวังแต่ยังฝืนแสดงความดุดันออกมา ในใจพลันเกิดความสะใจบิดเบี้ยวขึ้นมา
เขาดูออกแล้ว!
หนึ่งล้านคือขีดจำกัดของไอ้หมอนี่แน่นอน!
ขอแค่เขาเพิ่มราคาอีกครั้งแล้วแย่งสร้อยเส้นนี้มาได้ ก็จะบดขยี้ศักดิ์ศรีเฮือกสุดท้ายของไอ้สารเลวนี่ให้แหลกละเอียด!
ไม่เพียงจะได้สร้อยมาเป็นของตัวเอง ยังจะได้ตบหน้าซูชิงชิงต่อหน้าทุกคนอย่างจัง!
พอได้สร้อยมา เขาจะขยี้มันให้แตกต่อหน้าซูชิงชิงเลย!
“หนึ่งล้านสองแสน!”
จ้าวเทียนอวี่แผดเสียงตะโกนอย่างบ้าคลั่ง เสียงแหบพร่าราวกับฆ้องแตก
เสียงนั้นก้องไปทั่วห้องโถงที่เงียบสนิท แสบแก้วหูอย่างยิ่ง
“คุณชาย!”
บอดี้การ์ดที่อยู่ด้านหลังหน้าซีดเผือด รีบกระตุกชายเสื้อของจ้าวเทียนอวี่
เงินที่นายท่านให้มาเอาไว้ใช้ผูกสัมพันธ์ในงานเลี้ยง ไม่ใช่เอามาซื้อเครื่องประดับไร้ค่าเสียหน่อย!
“ไสหัวไป! ฉันมีเงิน อยากทำอะไรก็เรื่องของฉัน!”
จ้าวเทียนอวี่สะบัดบอดี้การ์ดออก แล้วยกคางขึ้นมองหลินหยวนอย่างดูแคลนปนสะใจ
