(คำเตือนพิเศษ นิยายเรื่องนี้เป็นแนวชีวิตประจำวันในราชวงศ์ถัง ไม่ใช่นิยายแนวสะใจนะ! นางเอกเป็นเพียงคนธรรมดา เมื่อมาใช้ชีวิตในยุคโบราณ ย่อมไม่อาจราบรื่นไปเสียทุกอย่าง แต่นางกำลังพยายามใช้ชีวิต พยายามยืนหยัด และมีชีวิตอยู่ต่อไปให้ดีที่สุด!)
“ท่านพ่อจากไปแล้ว บ้านเราก็ไม่เหลือที่พึ่งอีก”
“เด็กผู้หญิงคนนั้นเก็บไว้ก็มีแต่จะเป็นภาระ” เสียงแหลมคมเจือแววถากถางดังขึ้นจากห้องข้างด้านนอกศาลไว้อาลัย
“บุตรชายของท่านปลัดอำเภอถามถึงนางเมื่อหลายวันก่อน ดูก็รู้ว่าเฝ้าหมายปองรูปโฉมของเด็กคนนั้นมานานแล้ว ข้าว่า ส่งชุยอิงไปให้เขาเสียเถิด จะให้เป็นอนุหรือสาวใช้ก็ได้ทั้งนั้น”
เจ้าของเสียงนี้ก็คืออูเฟิงอิง พี่สะใภ้ของร่างเดิมในเวลานี้
“ไม่ได้ อิงเอ๋อร์เป็นน้องสาวแท้ ๆ ของข้า ข้าจะ... ข้าจะทำเรื่องขายน้องเพื่อแลกเกียรติยศเช่นนี้ได้อย่างไร”
เสียงเหนื่อยล้าดังขึ้น นั่นคือชุยจิ้น พี่ชายของร่างเดิม
แม้ปากจะกล่าวว่าไม่อาจทำใจได้ ทว่าในน้ำเสียงกลับแฝงความลังเลคำนวณอยู่เล็กน้อย
ถึงอย่างไรท่านพ่อก็เพิ่งจากไป บ้านของพวกเขายามนี้ไร้ที่พึ่งแล้ว
หากส่งน้องสาวไปให้ผู้อื่นเพื่อแลกกับอนาคตได้ ไม่แน่ว่าเขาอาจได้เข้าไปทำงานในที่ว่าการอำเภอ เป็นขุนนางชั้นผู้น้อยสักตำแหน่งก็ได้
อูเฟิงอิงถลึงตามองสามีอย่างไม่พอใจ ก่อนกล่าวอย่างคับแค้นว่า “อย่างน้อยท่านพ่อก็รู้หนังสือ ยามบ้านเมืองวุ่นวายเมื่อหลายปีก่อน ท่านต้องระหกระเหินไร้ที่อยู่เป็นหลักแหล่ง”
“ต่อมาเมื่อราชวงศ์ถังสถาปนาขึ้น ก็เปิดรับผู้มีความสามารถ แม้สุดท้ายท่านจะได้เป็นเพียงอาจารย์สอนหนังสือ แต่ก็ยังเลี้ยงปากท้องคนทั้งบ้านได้”
“แล้วเจ้าล่ะ? หนังสือก็ไม่เอาไหน วิชาบู๊ยิ่งไม่ต้องพูดถึง...” อูเฟิงอิงหยิกแขนชุยจิ้นอย่างเคียดแค้น บิดเป็นเกลียวอย่างแรงพลางกล่าวว่า
“ถึงเจ้าจะไม่คิดถึงตัวเอง ก็ควรคิดถึงซิ่นเกอเอ๋อร์บ้าง ท่านพ่อจากไปแล้ว หากไม่มีที่พึ่ง จะเอาเงินที่ไหนส่งซิ่นเกอเอ๋อร์เข้าเรียนในสำนักศึกษา”
“บ้านเราก็เป็นแค่สายสาขาย่อยที่ห่างไกลของตระกูล ห่างไกลเสียจนแทบไม่เกี่ยวข้องกันแล้ว เมื่อก่อนท่านพ่อไปล่วงเกินคุณชายของตระกูลหลัก จึงถูกขับออกจากตระกูลตั้งนานแล้ว หากเรายังเป็นคนในตระกูล จะต้องไปเอาอกเอาใจปลัดอำเภอตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งเช่นนี้หรือ”
“ข้าเองก็ไม่อยากทำเรื่องแบบนี้ แต่เจ้าดูสภาพบ้านเราตอนนี้สิ ต้องหดหัวอยู่ในที่ซอมซ่อนี่ แล้วอนาคตจะอยู่ที่ไหน”
“ตอนนี้เจ้าเป็นหัวหน้าครอบครัว หากยังตั้งตัวไม่ได้ จะให้ข้ากับลูก ๆ ไปอดอยากลำบากกับเจ้าหรือ”
ชุยจิ้นถูกหยิกจนร้องโอดโอย สุดท้ายก็ยกมือกุมศีรษะ ย่อตัวลงไปนั่งอยู่ตรงมุมห้อง เนิ่นนานกว่าจะเอ่ยเสียงแหบว่า “อย่างน้อย...ก็จัดการงานศพท่านพ่อให้เรียบร้อยก่อน...”
“ข้าจะไม่รู้หรือว่าต้องจัดการงานศพท่านพ่อสามีก่อน” อูเฟิงอิงเห็นว่ามีหวังขึ้นมาทันที จึงขยับเข้าไปหาอย่างอ่อนโยน โอบช่วงตัวท่อนบนของชุยจิ้นไว้ในอ้อมแขน แล้วกล่าวเสียงเบาว่า “ท่านหัวหน้าครอบครัว ต่อจากนี้ข้ากับลูก ๆ ต้องพึ่งพาท่านแล้ว...”
ร่างชุยจิ้นสั่นสะท้าน ราวกับได้รับพลังอันไร้ขีดจำกัด
ความไม่สบายใจนานัปการที่เกิดขึ้นหลังท่านพ่อจากไป พลันมลายหายไปต่อหน้าหญิงที่โอบกอดเขาและมอบความอ่อนโยนให้
จริงด้วย เขายังมีภรรยา มีลูก...
น้องสาวปีนี้อายุสิบสามแล้ว เติบโตเป็นสาวแล้ว...
พี่ชายเปรียบเสมือนบิดา เขาควรคิดถึงอนาคตของน้องสาว
ชุยอิงได้ยินเสียงกระซิบกระซาบที่จงใจกดให้เบาลงจากห้องข้าง หัวใจของนางราวกับถูกแช่ในน้ำเย็นยะเยือก หนาวเหน็บจนแทบทนไม่ไหว
นางเงยหน้ามองป้ายวิญญาณที่ตั้งอยู่กลางศาลไว้อาลัย แล้วส่ายหน้าอย่างพูดไม่ออก
จะทะลุมิติมาเวลาไหนก็ได้แท้ ๆ เหตุใดต้องเป็นตอนนี้ด้วย!
ร่างเดิมเพิ่งสูญเสียบิดาไปเพราะอาการป่วย จึงโศกเศร้าเสียใจอย่างหนัก
ต่อมายังบังเอิญได้ยินพี่ชายกับพี่สะใภ้วางแผนกัน พอคิดไม่ตกก็หมดสติไปเสียอย่างนั้น
เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง คนที่อยู่ในร่างก็คือชุยอิงจากปี 2026
เดิมทีนางเป็นเพียงมนุษย์เงินเดือนคนหนึ่ง
เพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัยมาได้สามเดือน
ทำงานที่เรียกว่ากราฟิกดีไซน์ แต่เอาเข้าจริงก็เป็นแรงงานสารพัดประโยชน์
รับเงินเดือนเดือนละสี่พันหยวน
พอประทังชีวิตอยู่ในห้องเช่าคับแคบกลางเมืองใหญ่ได้อย่างกระเสือกกระสน
เวลาว่างนางเขียนนิยายน้ำเน่าเรื่องหนึ่งลงในเว็บนิยายหงกั่ว บางครั้งก็ได้เงินพิเศษเล็ก ๆ น้อย ๆ
ไม่ก็ชวนเพื่อนสองคนไปร้องเพลงเสียงดังลั่นในคาราโอเกะ
เดิมทีนางคิดว่าชีวิตคงดำเนินไปเรียบง่ายเช่นนี้เรื่อย ๆ
ใครจะคิดว่าวันหนึ่งจะบังเอิญไถไปเจอเว็บไซต์เกมแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นเกมรูปแบบใหม่ที่เพิ่งพัฒนาขึ้น ชื่อว่าทริปข้ามเวลาสู่ราชวงศ์
แต่ละราชวงศ์จะมีผู้ข้ามเวลาหนึ่งคน
เพื่อดูว่าคนยุคปัจจุบันจะเอาตัวรอดในราชวงศ์โบราณได้อย่างไร
ที่เหลือเชื่อคือ ในหน้าเกมระบุไว้ว่าทุกคนที่สมัครเข้าร่วมจะได้สัมผัสกับโลกแห่งการข้ามเวลาจริง ๆ ทางผู้จัดเกมจะจัดหาความช่วยเหลือในการดำรงชีวิตให้ระดับหนึ่ง มาดูกันว่าพวกคุณจะไปได้ไกลแค่ไหนในแต่ละราชวงศ์!
ไม่มีข้อกำหนดตายตัว ขอเพียงดูว่าใครจะมีชีวิตอยู่ได้นานที่สุด
การประเมินและสรุปผลครั้งสุดท้ายจะมีขึ้นในตอนท้าย
ผู้ที่ติดสามอันดับแรกจะได้รับเงินรางวัลแปดสิบล้านหยวน
รางวัลสำหรับอันดับสองและอันดับสามคือห้าสิบล้านและสามสิบล้านหยวนตามลำดับ
ด้วยเหตุนี้ จำนวนผู้สมัครเข้าร่วมจึงไม่น้อยเลย
ชุยอิงเองก็แค่เห็นว่าน่าสนุก จึงสมัครเข้าร่วมลองดู
ใครจะคิดว่านางจะผ่านการทดสอบภายในของเกมได้จริง ๆ
นางกวาดตามองสภาพแวดล้อมรอบตัว ประสบการณ์ในเกมนี้สมจริงเกินไปแล้วกระมัง
นางจำได้เพียงว่าตอนที่เข้าเกม หน้าจอเกมบนคอมพิวเตอร์พลันเปล่งแสงสีขาวจ้า พอลืมตาขึ้นมาอีกทีก็มาอยู่ที่นี่แล้ว
นางปะติดปะต่อเรื่องราวจากความทรงจำของร่างเดิม
ข่าวดีก็คือ ยุคที่นางถูกส่งมาคือศักราชเจิ้นกวนแห่งราชวงศ์ถัง
ข่าวร้ายคือมารดาตายไปนานแล้ว บิดาก็เพิ่งจากไป ส่วนนางกลายเป็นเด็กกำพร้า
ตอนนี้พี่ชายกับพี่สะใภ้กำลังวางแผนขายนางออกไป เพื่อแลกกับอนาคตอันรุ่งโรจน์
ครอบครัวที่นางอยู่ด้วยก็ไม่ใช่ครอบครัวธรรมดา
แต่เป็นสายสาขาย่อยในสายสาขาย่อยของตระกูลชุยแห่งชิงเหอ
เป็นสายที่ตกต่ำไปนานแล้ว
ตระกูลชุยแห่งชิงเหอมีอำนาจยิ่งใหญ่ บ้านของพวกนางก็เป็นเพียงกิ่งเล็ก ๆ ที่ไม่สะดุดตาที่สุด บนต้นไม้ใหญ่ที่มีรากฐานหยั่งลึกของตระกูลเท่านั้น
ถึงขั้นห่างจากญาติในห้าชั่วคนไปนานแล้ว
ความสัมพันธ์จึงยิ่งห่างเหินลงทุกวัน
สายที่ครอบครัวของพวกนางสังกัดอยู่เป็นสายอนุของสาขาใต้แต่เดิม
ดูเหมือนว่าในอดีตจะมีคนหนึ่งเป็นสายย่อยของตระกูลชุย ชื่อชุยควง
เขาอพยพลงใต้ไปตั้งถิ่นฐานแถบอูฉุ่ยในเมืองฉี
ดังนั้นสถานที่ที่ครอบครัวของพวกนางอาศัยอยู่ในตอนนี้ก็คืออำเภอฉางชิง ซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของเมืองจี้หนาน
อีกทั้งเมื่อหลายปีก่อน ท่านพ่อชุยเคยล่วงเกินคุณชายของตระกูลหลักในสายนี้ สายของพวกนางจึงถูกขับออกจากตระกูลโดยตรง แต่โชคดีที่คนในตระกูลไม่ได้ขับไล่จนหมดหนทาง
เพียงขับพวกนางออกจากศูนย์กลางของตระกูล แล้วย้ายไปอยู่ชายขอบเพื่อดิ้นรนเอาชีวิตรอด
เรื่องเดียวที่น่ายินดีคือ เมื่อครั้งยังหนุ่ม ท่านพ่อชุยเคยได้รับความช่วยเหลือ จึงได้เข้าเรียนในสำนักศึกษาและรู้หนังสือ แต่ต่อมาเมื่อปลายราชวงศ์สุยเกิดความโกลาหล สายของพวกนางก็ต้องอพยพไปมาเพราะภัยสงครามอีกครั้ง
ท้ายที่สุดจึงมาตั้งหลักอยู่ที่นี่ อาศัยโอกาสที่ราชวงศ์ถังเพิ่งสถาปนาประเทศและต้องการบุคลากร
ท่านพ่อชุยจึงได้ตำแหน่งอาจารย์สอนหนังสือ
ครอบครัวพอประทังชีวิตได้อย่างหวุดหวิด
ท่านพ่อชุยยังส่งชุยจิ้นพี่ชายคนโตเข้าเรียนในสำนักศึกษาด้วย เพียงแต่เจ้าหมอนี่ไม่มีหัวด้านการเรียน กลับไปเป็นลูกไล่ให้บุตรชายของปลัดอำเภอเสียอย่างนั้น
นี่อย่างไรเล่า ท่านพ่อเพิ่งจากไป ก็คิดจะเล่นงานน้องสาวแล้ว
โชคดีที่ท่านพ่อชุยรู้ว่าบุตรชายคนโตของตนพึ่งพาไม่ได้
ก่อนสิ้นใจจึงฝากคนส่งจดหมายฉบับหนึ่งไปยังเมืองหลวง
ชุยอิงถึงได้รู้ว่า เมื่อหลายปีก่อนท่านพ่อเคยช่วยเหลือพ่อลูกคู่หนึ่งโดยบังเอิญ
ตอนนั้นพ่อลูกคู่นั้นกำลังเดินทางกลับบ้าน ระหว่างทางพบโจรภูเขา บรรดาผู้คุ้มกันและสาวใช้ล้วนถูกโจรฆ่าตาย เหลือเพียงพ่อลูกสองคนที่หนีเอาชีวิตรอดมาตลอดทาง โชคดีที่ท่านพ่อยื่นมือเข้าช่วย ซ่อนพวกเขาทั้งคู่ไว้ในถ้ำแห่งหนึ่ง จึงรอดชีวิตมาได้
อ้อ พ่อลูกคู่นั้นอ้างว่ามาจากตระกูลหลูแห่งฟ่านหยาง
ภายหลังท่านพ่อชุยถึงได้รู้ว่า คุณหนูตระกูลหลูผู้นั้นแต่งงานกับบุตรชายตระกูลฟางคนหนึ่ง ซึ่งบุตรชายผู้นี้กำลังรับราชการอยู่ในราชสำนัก
เขาก็คือฟางเสวียนหลิง อัครมหาเสนาบดีแห่งราชวงศ์ถัง
ใครจะคิดว่าอาจารย์สอนหนังสือผู้ซ่อนตัวอยู่ในอำเภอเล็ก ๆ จะมีมิตรไมตรีเก่ากับฮูหยินของอัครมหาเสนาบดีแห่งราชวงศ์ถัง
