ปลายเท้าของซีหว่านเปลี่ยนทิศ เธอเดินอ้อมท้ายรถแล้วขึ้นรถจากอีกฝั่ง
ทันทีที่เปิดประตู กลิ่นซีดาร์จาง ๆ ผสมกลิ่นยาสูบก็ลอยมาแตะจมูก
ภายในรถกว้างขวางมาก แต่ชางซวี่ป๋ายมีรูปร่างสูงใหญ่ พอซีหว่านนั่งลงก็รู้สึกได้ทันทีว่าบรรยากาศชวนอึดอัดอยู่บ้าง
“พะ...พี่ใหญ่!” ซีหว่านเรียกติดขัดเล็กน้อย เพราะตัวเธอในโลกจริงมีพี่ชายอยู่แล้ว พอต้องเรียกคนอื่นว่าพี่ใหญ่ขึ้นมา ก็รู้สึกผิดกับพี่ชายของตัวเองอย่างบอกไม่ถูก
ความเกี่ยวพันระหว่างซีหว่านเจ้าของร่างเดิมกับตระกูลชาง ตระกูลชั้นนำแห่งนครหลวง ต้องเริ่มเล่าจากหมิงเชี่ยน มารดาผู้งดงามราวบุปผาของเธอ
หมิงเชี่ยนแต่งงานกับซีหย่วน เพื่อนร่วมชั้นมัธยมปลาย ตอนอายุ 22 ปี ปีถัดมาก็ให้กำเนิดลูกสาวชื่อซีหว่าน
เดิมทีครอบครัวสามคนควรอยู่กันอย่างผาสุก รักใคร่กลมเกลียว ทว่าตอนเจ้าของร่างเดิมอายุสามขวบ ซีหย่วนกลับประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ระหว่างเดินทางกลับจากที่ทำงาน และเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ
หมิงเชี่ยนเสียใจจนแทบขาดใจ แต่เพื่อบุตรสาว เธอจำต้องรวบรวมกำลังใจออกไปหางานทำ
เพราะวุฒิการศึกษาแค่มัธยมปลาย เธอจึงหางานที่มั่นคงและรายได้สูงไม่ได้ ต่อมาจึงเข้ารับการอบรมจากบริษัทจัดหาแม่บ้าน แล้วไปทำงานเป็นแม่บ้านประจำที่ตระกูลชาง คอยดูแลชีวิตประจำวันของคุณชายใหญ่ชางซวี่ป๋ายซึ่งขณะนั้นอายุ 13 ปี
หมิงเชี่ยนถึงได้รู้ว่าชางเฉิงจี้ ประมุขตระกูลชาง เป็นพ่อหม้ายมาหลายปีแล้ว สองพ่อลูกใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย และไม่ชอบให้คนนอกเข้าออกบ้าน
ช่วงนั้นชางเฉิงจี้กำลังเจรจาโครงการกับต่างประเทศ จึงต้องเดินทางไปประเทศเอเป็นเวลาหนึ่งเดือน คนที่บ้านเก่าทำอาหารไม่ถูกปากชางซวี่ป๋ายเลย
เขาจึงจำเป็นต้องหาแม่บ้านที่ทำอาหารเป็นจากบริษัทจัดหาแม่บ้าน
ตอนแรกไม่ได้คาดหวังอะไรมากนัก แต่ในบรรดาอาหารหลายสิบจาน ชางซวี่ป๋ายกลับสนใจเพียงจานเดียว
ชางเฉิงจี้จึงสั่งให้คนพาแม่บ้านไปที่บ้านตระกูลชางเพื่อดูแลความเป็นอยู่และอาหารการกินของลูกชาย โดยที่ตัวเขาเองยังไม่ได้พบเธอด้วยซ้ำ
หลังชางเฉิงจี้กลับประเทศและได้เห็นหมิงเชี่ยนดูแลลูกชายอย่างเรียบร้อยทุกอย่าง เขาถึงได้รู้ว่าเธองดงามสะดุดตาถึงเพียงนี้
ยิ่งไปกว่านั้น ตลอดหนึ่งเดือนนั้นชางซวี่ป๋ายได้รับการดูแลจากหมิงเชี่ยนเป็นอย่างดี แม้ไม่ได้อ้วนขึ้น แต่สีหน้าก็ดูมีชีวิตชีวาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ชางเฉิงจี้ตัดสินใจทำสัญญาจ้างงานระยะยาวกับหมิงเชี่ยน
นับแต่นั้นมา ชางเฉิงจี้แทบจะปฏิเสธงานเลี้ยงสังสรรค์ที่ไม่จำเป็นทั้งหมด เลิกงานตรงเวลาและกลับบ้านตรงเวลาเพื่อกินข้าวกับลูกชาย
เพราะเขาพบว่าอาหารฝีมือหมิงเชี่ยนถูกปากเขาเช่นกัน
เรื่องราวหลังจากนั้นทุกคนคงเดาได้
แม่ม่ายที่สามีเสียชีวิตกับพ่อม่ายที่ภรรยาจากไป ต่างตกหลุมรักกันเมื่อใช้เวลาร่วมกันนานวัน พล็อตแนว “ท่านประธานจอมเผด็จการตกหลุมรักฉันที่เป็นแม่บ้าน” จึงเกิดขึ้นในตระกูลชาง
ผู้ใหญ่ในตระกูลชางคัดค้านความรักที่มีช่องว่างทางฐานะเช่นนี้
แต่ชางเฉิงจี้กล่าวว่า การแต่งงานครั้งแรกของเขาเป็นการแต่งงานเพื่อเชื่อมสัมพันธ์ และตอนนี้ก็มีทายาทที่ยอดเยี่ยมอย่างชางซวี่ป๋ายแล้ว ดังนั้นการแต่งงานครั้งที่สอง เขาอยากมีสิทธิ์ตัดสินใจด้วยตัวเองอย่างเต็มที่
สุดท้ายแน่นอนว่าคำคัดค้านไร้ผล
ข้อแรก คำพูดของชางเฉิงจี้ก็มีเหตุผล ภรรยาคนแรกที่แต่งงานเชื่อมสัมพันธ์เสียชีวิตไปแล้ว แต่ลูกยังอยู่ ขอเพียงรักษาสถานะทายาทไว้ ก็ยังผูกผลประโยชน์ของทั้งสองตระกูลเข้าด้วยกันได้
ข้อสอง หมิงเชี่ยนตั้งครรภ์แล้ว เสียงคัดค้านทั้งหมดจึงเงียบลง
หมิงเชี่ยนแต่งเข้าตระกูลชางอย่างราบรื่น เดิมทีเธอคิดจะพาลูกสาววัยสี่ขวบไปด้วย
แต่ตระกูลซีมีลูกชายเพียงคนเดียวคือซีหย่วน เมื่อซีหย่วนเสียชีวิต พ่อแม่ของเขาก็รักเจ้าของร่างเดิมราวกับแก้วตาดวงใจ ไหนเลยจะยอมให้หมิงเชี่ยนพาเธอไป
หมิงเชี่ยนจึงทำได้เพียงส่งเงินค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ไปให้ทุกเดือน ในนามว่าเป็นค่าใช้จ่ายให้ผู้ใหญ่ทั้งสองช่วยดูแลลูกสาว แต่ความจริงก็เป็นเพราะกังวลว่าคนชราทั้งคู่จะไม่มีที่พึ่งในการดำรงชีวิต
แม้จะแต่งงานใหม่ แต่เธอก็ยังเป็นคนมีน้ำใจและรู้คุณ คอยติดต่อกับพ่อแม่ของตระกูลซีที่สูญเสียลูกเพียงคนเดียวอยู่เสมอ
ต่อมาเคราะห์ร้ายก็มาเยือนอย่างไม่คาดฝัน ปู่ของเจ้าของร่างเดิมหกล้ม ศีรษะกระแทกจนเสียชีวิตกะทันหัน ส่วนย่าก็ทำใจไม่ได้และจากไปเช่นกัน เหลือซีหว่านที่กำลังเรียนมัธยมปลายปีหนึ่งไว้เพียงลำพัง
ปีนั้นเจ้าของร่างเดิมอายุ 16 ปี หมิงเชี่ยนจึงพาเธอไปใช้ชีวิตที่ตระกูลชาง
ตอนนั้นสภาพจิตใจของเจ้าของร่างเดิมย่ำแย่มาก กลางคืนมักฝันถึงปู่ที่ศีรษะกระแทก และย่าที่จากไปกะทันหันระหว่างหลับ
เธอคิดว่าตัวเองเป็นดาวอัปมงคล ไม่ควรมาเป็นภาระให้แม่
เธอเงียบขรึมและเก็บตัว ผลการเรียนที่เดิมก็พอใช้ได้กลับตกฮวบลงอย่างรวดเร็ว
หมิงเชี่ยนกลุ้มใจจนแทบไม่มีใจทำอาหาร มีครั้งหนึ่งเธอเผลอผัดกับข้าวเค็มเกินไป จนชางซวี่ป๋ายพลอยกินเค็มไปด้วย
นั่นเป็นครั้งแรกที่หมิงเชี่ยนทำอาหารพลาดนับตั้งแต่แต่งเข้าตระกูลชาง
ชางซวี่ป๋ายวางตะเกียบลง มองแม่ลูกที่กินข้าวอย่างใจลอย มุมปากขยับเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไร
แต่เมื่อมีครั้งแรก ก็ย่อมมีครั้งที่สอง เมื่อมีครั้งที่สอง ก็ย่อมมีครั้งที่สาม...
ชางซวี่ป๋ายจำต้องให้ความสำคัญกับปัญหานี้
อย่างไรเสีย เหตุผลหลักที่เขายอมกลับมาอยู่บ้านก็เพราะอาหารฝีมือหมิงเชี่ยนถูกปาก
นี่เป็นเหตุผลที่หมิงเชี่ยนยังคงทำอาหารให้พ่อลูกสามคนในตระกูลชาง แม้จะแต่งเข้ามานานกว่าสิบปีแล้วก็ตาม
ฝีมือทำอาหารของเธอเป็นที่ยอมรับกันทั่วตระกูลชางว่าดีเยี่ยม!
บางครั้งเมื่อกลับไปบ้านเก่าของตระกูลชาง เธอก็ลงมือทำอาหารด้วยตัวเองเช่นกัน ไม่มีเหตุผลอื่นใด นอกจากชางซวี่ป๋ายเลือกกินอย่างหนัก หากไม่ใช่อาหารฝีมือหมิงเชี่ยน เขาก็กินน้อยมาก
ด้วยเหตุนี้ คนในบ้านเก่าของตระกูลชางและญาติทางฝั่งมารดาของชางซวี่ป๋ายจึงค่อย ๆ ยอมรับการมีอยู่ของหมิงเชี่ยน เธอไม่ได้พยายามฝืนตัวเองให้กลมกลืนกับครอบครัวทั้งสองฝ่าย ทุกคนต่างรู้ว่าแม้เธอจะแต่งงานกับชางเฉิงจี้แล้ว ก็ยังเลี้ยงดูพ่อแม่และลูกของสามีคนแรกต่อไป แต่ไม่มีใครจับผิดเธอ ตรงกันข้าม ต่อมาเมื่อมีคนเยาะเย้ยเธอในงานเลี้ยงเพราะแต่งงานเป็นครั้งที่สอง ทุกคนกลับช่วยกันปกป้องเธอ พร้อมชื่นชมว่าเธอมีน้ำใจและรู้คุณ
ตอนนั้นชางซวี่ป๋ายอายุ 26 ปี ชางเฉิงจี้กำลังถ่ายโอนงานในตระกูลให้เขารับผิดชอบ เขาจึงยุ่งจนแทบไม่มีเวลาว่าง
เขาเป็นคนพูดไม่เก่งอยู่แล้ว และรู้ว่าการที่แม่เลี้ยงพาลูกสาวมาอยู่ที่ตระกูลชางเป็นเรื่องสมเหตุสมผล จึงไม่ได้คัดค้านอะไร เพียงแต่ไม่คิดว่าการมาของเธอจะส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของเขา
ตอนหมิงเชี่ยนรู้ตัวว่าทำอาหารได้ไม่ดีเหมือนเคย ชางซวี่ป๋ายก็เชิญจิตแพทย์มาช่วยให้คำปรึกษาเจ้าของร่างเดิมแล้ว
“ขอโทษนะ ซวี่ป๋าย ทำให้เธอต้องลำบากแล้ว” หมิงเชี่ยนซาบซึ้งมากที่ชางซวี่ป๋ายเชิญจิตแพทย์มาช่วยลูกสาว
จิตแพทย์คนนั้นชื่อวอล์กเกอร์ เป็นผู้มีชื่อเสียงในระดับนานาชาติ เขาเดินทางมาแผ่นดินใหญ่เพื่อรักษาลูกสาวของเธอเป็นพิเศษ ก็เพราะเห็นแก่สถานะของชางซวี่ป๋าย
เป็นไปตามคาด เมื่อได้รับคำปรึกษาจากเขา เจ้าของร่างเดิมก็ค่อย ๆ ปล่อยวางความกังวลและกลับมาร่าเริงขึ้น
เพียงแต่วอล์กเกอร์บอกด้วยว่า ต้องมอบความรู้สึกปลอดภัยให้เจ้าของร่างเดิมอย่างเพียงพอ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ต้องพูดคุยกับเธอให้ดี เธอจะได้ไม่เก็บความกังวลไว้ในใจ
เมื่อเห็นอาหารบนโต๊ะกลับมาเป็นปกติ พ่อลูกทั้งสามคนในตระกูลชางต่างก็ถอนหายใจโล่งอกพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
การดูแลเจ้าของร่างเดิมให้ดี กลายเป็นความเข้าใจกันโดยไม่ต้องพูดของพ่อลูกทั้งสาม
ชางเฉิงจี้ให้ดีไซเนอร์ออกแบบเสื้อผ้าและเครื่องประดับไว้ให้เจ้าของร่างเดิมหลายชุด
ชางซวี่โจวมักซื้อของขวัญชิ้นเล็กชิ้นน้อยมาฝากเธอทุกวันหลังกลับจากโรงเรียน
แม้แต่ตอนชางซวี่ป๋ายเดินทางไปทำงานต่างเมืองแล้วกลับบ้าน เขาก็ยังเผลอเลือกของขวัญมาฝากเธอโดยไม่รู้ตัว กระทั่งตอนเจ้าของร่างเดิมคิดโจทย์ฟิสิกส์ไม่ออก เขาก็ยังวางงานในมือแล้วมาช่วยอธิบายให้
เวลาผ่านไปกว่าสองปี จนเจ้าของร่างเดิมสอบเข้าคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยจิงต้าได้ และย้ายไปพักที่หอในมหาวิทยาลัย
เธอจะกลับไปอยู่ที่ตระกูลชางเฉพาะวันหยุดสุดสัปดาห์กับช่วงปิดเทอมฤดูร้อนและฤดูหนาวเท่านั้น
แต่เวลานั้นชางซวี่ป๋ายกำลังโดดเด่นขึ้นเรื่อย ๆ และได้รับความสนใจจากผู้บริหารระดับสูงในแวดวงการเมืองมากขึ้นทุกที
งานของเขายุ่งขึ้นเรื่อย ๆ ต้องเดินทางไปมาระหว่างหน่วยงานส่วนกลาง สถาบันคลังสมอง และคณะตรวจสอบอยู่บ่อยครั้ง โอกาสกลับบ้านจึงน้อยลงเรื่อย ๆ ขณะเดียวกันเจ้าของร่างเดิมก็ยุ่งกับการฝึกงานและกิจกรรมทางสังคม นอกจากมื้อส่งท้ายปีเก่าแล้ว แทบไม่ได้พบหน้าชางซวี่ป๋ายเลย
ก่อนเรียนจบ เธอถูกแมวมองค้นพบ และด้วยการยุยงของแฟนหนุ่ม ซึ่งตอนนั้นเป็นดาวรุ่งชื่อดัง จ้าวเยว่ เธอจึงแอบเซ็นสัญญากับค่ายเซิ่งซิงไทม์สโดยไม่บอกคนในตระกูลชาง แล้วย้ายเข้าอพาร์ตเมนต์ของบริษัท ก่อนจะค่อยบอกหมิงเชี่ยน
หมิงเชี่ยนรักลูกสาวมาโดยตลอด แม้จะไม่ค่อยเห็นด้วยที่ลูกสาวเข้าวงการบันเทิง แต่ตอนนั้นเจ้าของร่างเดิมหลงรักจนหัวปักหัวปำ คิดแต่จะอยู่บริษัทเดียวกับจ้าวเยว่ ไม่ฟังคำห้ามปรามของใครทั้งนั้น ทว่าไม่มีใครคาดคิดว่า ก่อนจะได้ก้าวเข้าสู่วงการบันเทิง เธอกลับต้องจบชีวิตลงเสียก่อน
เมื่อนึกถึงความทรงจำเหล่านั้นของเจ้าของร่างเดิม ซีหว่านก็อดรู้สึกเสียดายที่เธอไม่เอาไหนไม่ได้
จ้าวเยว่คบกับเธอก็เห็นได้ชัดว่าเป็นแผนล่อให้เธอเข้าไปอยู่ค่ายเซิ่งซิงไทม์ส
ทั้งที่มีภูมิหลังจากตระกูลชางแท้ ๆ กลับเล่นไพ่ดี ๆ ในมือจนพัง ชีวิตวัยเยาว์ต้องสูญเปล่าไปอย่างน่าเสียดาย
ความรักไม่ได้น่ากลัว สิ่งที่น่ากลัวคือการหลงรักจนขาดสติ!
คงเป็นเพราะผู้เขียนอยากวางพล็อตโง่ ๆ แบบนี้ให้เธอสินะ ไม่อย่างนั้นเมื่อมีตระกูลชางเป็นเบื้องหลัง และเจ้าของร่างเดิมยังเป็นนักศึกษาหัวกะทิคณะนิติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยจิงต้า แล้วจะไปเซ็นสัญญากับบริษัทจัดการดารา เริ่มต้นจากศูนย์ทำไม
อีกอย่าง ในช่วงสองวันที่ถูกชาวเน็ตรุมโจมตี หากตระกูลชางรักเธอจริง ก็ไม่น่ารอช้าที่จะเข้ามาจัดการ ความรักที่ว่าคงเป็นเรื่องหลอกลวงสินะ?
หรือผู้เขียนจะเพี้ยน ถึงได้จงใจเขียนเหตุการณ์ที่ไม่สมเหตุสมผลให้เจ้าของร่างเดิมตาย เพื่อให้ชางซวี่ป๋ายผู้ยิ่งใหญ่ออกหน้าแก้แค้นแทนน้องสาวต่างมารดา แล้วช่วยนางเอกไว้ทางอ้อม?
ตอนนี้ตามเนื้อเรื่องเดิม ตัวประกอบอย่างเธอถูกเขี่ยออกจากฉากไปแล้ว เรื่องราวต่อจากนี้ก็ไม่เกี่ยวอะไรกับเธออีก
สิ่งที่เธอต้องทำตอนนี้คืออยู่ให้ห่างจากพระเอกนางเอก แล้วเป็นราชินีในแบบของตัวเอง!!
