ดวงตาของหลิงเยว่เริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างที่ควรจะเป็น ในเวลาแบบนี้ นางควรซาบซึ้ง ควรรู้สึกเชื่อมโยง และควรหลั่งน้ำตา
เพราะนางรู้ดีว่าแผนการฝึกฝนในชาตินี้มีเรื่องที่นางคิดคำนวณเพื่อดึงทรัพยากรจากจินหลีถงมาให้ได้มากกว่าเดิมรวมอยู่ด้วย แต่เขากลับคุกเข่าอยู่ตรงหน้านาง ประคองหัวใจเนื้อแท้ที่เพิ่งถือกำเนิดขึ้นมาไว้ในมือ แล้วมอบความจริงใจทั้งหมดให้แก่นางโดยไม่ปิดบัง
ความไม่เท่าเทียมนี้ทำให้นางรู้สึกผิดจาง ๆ ขึ้นมาชั่วขณะหนึ่ง
แต่ความรู้สึกผิดนั้นก็สลายไปอย่างรวดเร็ว
เพราะนางนึกถึงสัมผัสเย็นเยียบยามตายนับครั้งไม่ถ้วน นึกถึงเหล่าตัวเอกผู้สูงส่งที่เหยียบย่ำศพของนางเดินผ่านไป โดยไม่แม้แต่จะชายตามอง
นางไม่ได้ติดค้างอะไรกับโลกใบนี้ นางติดค้างเพียงอนาคตอันงดงามที่ควรเป็นของตัวเอง
ส่วนสิ่งที่จินหลีถงมอบให้ นางรับไว้ได้
นางจะตอบแทนเขาด้วยการอยู่เคียงข้าง ด้วยความอ่อนโยน และด้วยความภักดีที่ไม่มีวันทรยศ ตราบใดที่พลังของนางยังเพิ่มพูนขึ้น นางก็จะอยู่ข้างกายเขาต่อไปเรื่อย ๆ
หลิงเยว่จึงโน้มตัวลง แล้วยื่นมือทั้งสองข้างออกไป
นางขยับมืออย่างนุ่มนวล ราวกับกลัวว่าจะทำบางสิ่งแตกสลาย ก่อนจะหยิบมงกุฎสีเงินขาวออกจากฝ่ามือที่สั่นระริกของจินหลีถง
มงกุฎให้สัมผัสอุ่นเมื่ออยู่ในมือ หัวใจสีทองแดงที่ประดับอยู่ตรงกลางเต้นแรงขึ้นทันทีที่ปลายนิ้วของนางแตะต้อง ก่อนจะกลับมาเต้นเป็นจังหวะมั่นคงและทรงพลัง
จินหลีถงเงยหน้ามองนาง
หลิงเยว่หลุบตาลง แล้วค่อย ๆ สวมมงกุฎลงบนศีรษะ
มงกุฎลอเรลสีเงินขาวแนบสนิทกับเรือนผมสีชมพูอ่อนของนาง ศิลาจันทราและผงทองระยิบระยับใต้แสงจันทร์ ตรงกลางมงกุฎ หัวใจสีทองแดงเต้นเป็นจังหวะ ส่องประกายเคียงคู่กับลายดอกจันทร์บนหว่างคิ้วของนาง
