เวลาเพียงพริบตาเดียวก็ผ่านไปครึ่งปี
ฐานที่มั่นความหวังเปลี่ยนโฉมไปอีกครั้ง
ตึกหลังเล็กที่แข็งแรงผุดขึ้นทีละหลัง
มองจากระยะไกล เมืองเล็ก ๆ ทันสมัยแห่งหนึ่งตั้งตระหง่านขึ้นจากพื้นดิน
หลินหร่านคำนวณวันเวลาไว้แล้ว หลังสร้างเสร็จได้ไม่นาน เธอก็ส่งทีมผู้เชี่ยวชาญเข้าไปกำจัดฟอร์มาลดีไฮด์ตามบ้านทีละหลัง
พอกำจัดฟอร์มาลดีไฮด์ได้เกือบหมด หลินหร่านก็สั่งให้ทุกคนในฐานเร่งขนย้ายเข้าไปอยู่ทันที
หลายคนอาลัยบ้านหลังเดิม พวกเขาอยู่ที่นั่นมานานจนผูกพันกันแล้ว
จึงไม่ค่อยอยากย้ายออกไปนัก
แต่สุดท้ายหลินหร่านก็เกลี้ยกล่อมให้ทุกคนย้ายออกมาได้ โดยยกเหตุผลว่าบ้านใหม่ปลอดภัยกว่า
หลังทุกคนย้ายออกไปแล้ว หลินหร่านก็เก็บบ้านทั้งหมดในเมืองชิงสุ่ยเดิมเข้าไปในมิติส่วนตัว
จากนั้นก็เหลือแค่รอเวลา
วันที่สิบหลังทุกคนในฐานย้ายเข้าไปอยู่บ้านใหม่
ในยามดึกที่ทุกคนหลับสนิท
จู่ ๆ ก็เกิดเสียงฟ้าผ่าดังกึกก้องขึ้นเหนือขอบฟ้าโดยไม่มีสัญญาณเตือน
จากนั้นพื้นดินก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
ผืนดินคำรามราวกับจะกลืนทุกคนลงไปในรอยแยก
ผู้คนที่สะดุ้งตื่นจากฝันต่างแตกตื่นจนทำอะไรไม่ถูก บางคนถึงกับคิดจะกระโดดตึกเพื่อเอาชีวิตรอด
ในช่วงวิกฤต เสียงสงบนิ่งของหลินหร่านก็ดังออกมาจากลำโพง
“ทุกคนใจเย็น ๆ อย่าขยับ อย่าวิ่งพล่าน และห้ามกระโดดตึกเด็ดขาด
อยู่ให้ห่างจากหน้าต่าง หลบใต้เตียงหรือใต้โต๊ะที่แข็งแรง ใช้ของนุ่ม ๆ ป้องกันศีรษะให้ดี...”
เสียงของหลินหร่านช่วยให้ทุกคนสงบลง
