หลินเจ๋อมองบ้านที่พร่าเลือนท่ามกลางสายฝน พลางเกาศีรษะแล้วถามว่า “พี่ จะให้ผมเข้าไปจับใครสักคนมาถามไหมว่าข้างในเกิดอะไรขึ้น?”
หลินหร่านยิ้มบาง ๆ “ไม่ต้อง ฉันมีวิธี”
กล้องวงจรปิดที่เธอติดตั้งไว้ไม่ได้มีไว้เสียเปล่า ในที่สุดก็ถึงเวลาที่มันจะได้ใช้งานแล้ว
เห็นไฟในบ้านยังสว่างอยู่ ดูท่าพวกนั้นคงซ่อมระบบไฟฟ้าของบ้านให้กลับมาใช้ได้อีกครั้ง
แบบนี้เธอก็ใช้เครือข่ายท้องถิ่นตรวจดูทุกอย่างที่เกิดขึ้นข้างในได้
ฝนท่วมขึ้นมาถึงชั้นหนึ่งแล้ว จางต้าหมิงยืนอยู่บนตึกหลังเล็ก มองสายฝนที่เทกระหน่ำไม่ขาดสายอยู่ด้านนอก พลางรู้สึกโชคดีที่พวกเขาถอยมาที่นี่ได้ทันเวลา
ไม่อย่างนั้น ถ้ายังติดอยู่ในเมือง ป่านนี้คงไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไรบ้าง
“พี่จาง เมื่อครู่มีข่าวส่งมาทางวิทยุสื่อสาร น้ำท่วมในเมืองสูงถึงชั้น 5 ของตึกสูงแล้วครับ” คนที่เข้ามามีแววประจบประแจงเต็มตา รีบสรรเสริญเยินยอจางต้าหมิงเสียยกใหญ่
“โชคดีที่พี่จางตัดสินใจได้เฉียบขาด ไม่อย่างนั้นถ้าพวกเรายืนหยัดอยู่ในเมืองต่อ คงจบเห่แน่ครับ”
จางต้าหมิงหัวเราะลั่น “หัวหน้าจู นั่นก็เพราะนายให้ความร่วมมือดี รู้จักเลือกสิ่งที่ควรทิ้ง”
“ตอนนี้เมืองก็ไม่ต่างจากเนื้อเน่าก้อนหนึ่ง ไม่มีอะไรให้เราอาลัยอาวรณ์แล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือเราต้องเอาของล็อตนั้นมาให้ได้”
“พี่จางวางใจได้ ผมส่งคนออกไปสืบข่าวแล้ว เชื่อว่าอีกไม่นานคงได้ข่าวครับ”
จางต้าหมิงพยักหน้า “หัวหน้าจู นายคงรู้ว่าของล็อตนั้นสำคัญแค่ไหน นายก็คงได้ยินแล้วว่าตอนนี้ผู้เชี่ยวชาญตั้งมากมายต่างพูดว่าโลกภายนอกคงไม่มีวันกลับมาสงบสุขอีก พอได้ของพวกนั้นมาแล้ว ต่อให้ข้างนอกเลวร้ายแค่ไหนจะเป็นไรไป?”
