กลับถึงบ้านก็เป็นเวลาตี 3 แล้ว
ภายในลานบ้านเงียบสงัด ข้างกรงของเจียงเฉินมีรอยเท้าอยู่เต็มไปหมด ดูท่าคุณปู่เจียงคงมาเยี่ยมเจียงเฉินเสร็จแล้วกลับไป
หลินหร่านให้หลินเจ๋อพาเจ้าตัวเล็กทั้งสองเข้าไปก่อน ส่วนตัวเธอยังอดห่วงไม่ได้ จึงแวะไปดูเจียงเฉินอีกครั้ง
เจียงเฉินดูมีชีวิตชีวากว่าตอนกลางวันมาก พอเห็นเธอเดินเข้าไป ดวงตาคู่นั้นก็เปล่งประกายวาววับ
“ฟ่อ—”
เขารีบยัดอะไรบางอย่างเข้าปาก แล้วหันมาคำรามใส่หลินหร่านอีกครั้ง
เจียงเฉิน เมื่อกี้กำลังกินอะไรอยู่หรือเปล่า?
ทำไมต้องแอบกินด้วย?
ท่าทางของเขาดูฉลาดกว่าตอนกลางวันมาก
เขาก็ไม่ได้กินแก่นคริสตัลนี่นา ทำไมจู่ ๆ ถึงเหมือนมีสติปัญญาขึ้นมาได้?
หลินหร่านพินิจเจียงเฉินอย่างละเอียด ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกว่าเขาแปลกไป
“เมี้ยว—”
เสียงแมวร้องดึงความสนใจของหลินหร่านไป เธอมองไปยังมุมที่ลูกแมวลายดอกซ่อนตัวตอนกลางวัน ก็เห็นเจ้าตัวเล็กนั่งหมอบอยู่ตรงนั้น มองเธออย่างระแวดระวัง
หลินหร่านรู้สึกว่ามันเองก็ไม่เหมือนตอนกลางวันเช่นกัน
ขนสีขาวสลับลายเดิมของมันเปื้อนโคลนไปหมด
“ลูกแมวน้อย แอบไปขโมยปลากินมาหรือไง ทำไมตัวมอมแมมขนาดนี้?”
หลินหร่านซาบซึ้งกับท่าทีที่มันปกป้องเจ้านาย จึงโยนปลาเส้นแห้งให้มันอีกกำมือ
คราวนี้เจียงเฉินไม่ได้แย่งปลาเส้นแห้งของลูกแมวลายดอก หลินหร่านหยิบชุดไก่ทอดถังใหญ่ออกมาจากมิติส่วนตัวอีกถัง
“เอ้า อันนี้ให้กิน”
ปีกไก่กับน่องไก่หอมฉุยตกลงตรงหน้าเจียงเฉิน แต่เขากลับไม่ได้ตื่นเต้นเหมือนตอนกินไส้กรอกแฮม
เขากินน่องไก่ไปสองสามชิ้นอย่างไม่ค่อยเต็มใจ จากนั้นก็ไม่แตะอีก
