ตู้ผิงสะท้านไปทั้งตัว ไม่อยากเชื่อเลยว่าสามีที่ปกติยอมทำตามทุกอย่างจะใจร้ายกับเธอได้ถึงขนาดนี้
แต่ตอนนี้เธอไม่มีเวลาสนใจเกาหมิงแล้ว เธอยื่นมือไปกระชากเสี่ยวอวี่จากอ้อมแขนของเขา “ไม่ เธอทำแบบนี้ไม่ได้ ส่งเด็กมาให้ฉัน เธอต้องขายเด็กให้ฉัน!”
เกาหมิงทำงานใช้แรงจนชิน มือเดียวก็สะบัดมือเธอออกได้ “ไสหัวไป! ฉันไม่มีวันขายเสี่ยวอวี่เด็ดขาด”
หลินเจ๋อเห็นภาพนั้นแล้วถอนใจ “ผู้ชายคนนี้ไม่เลวเลย ยังพอมีความรับผิดชอบอยู่บ้าง”
จางฮวนพยักหน้า “ผู้ชายบนโลกนี้ก็ไม่ได้เลวไปหมดทุกคน หวังว่าเขาจะรักษาความดีนี้ไว้ได้”
“ฮ่า ๆ ๆ” ท่ามกลางเสียงทะเลาะของทั้งคู่ จู่ ๆ ก็มีเสียงหัวเราะของชายคนหนึ่งดังแทรกขึ้นมาอย่างผิดที่ผิดทาง ฟังแล้วชวนให้ขนหัวลุก
“พวกแกนึกจะขายก็ขาย นึกจะไม่ขายก็ไม่ขาย คิดว่าพี่สุ่ยเป็นใครกัน?”
ตอนนั้นเองเกาหมิงถึงเพิ่งสังเกตเห็นคนที่มาซื้อ ซึ่งยืนอยู่ข้าง ๆ
ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ สีหน้าของอีกฝ่ายก็เปลี่ยนเป็นดำมืดน่ากลัว เห็นแล้วใจหายวาบ
เกาหมิงยังไม่ทันตั้งตัว ก็รู้สึกเจ็บแปลบที่ข้อมือ
เขาออกแรงไม่น้อย แต่แรงแค่นั้นกลับไร้ความหมายเมื่ออยู่ต่อหน้าชายคนนี้ อ่อนปวกเปียกราวกับปุยนุ่น
จากนั้นเสี่ยวอวี่ในอ้อมแขนของเขาก็ถูกอีกฝ่ายแย่งไป
“พี่ชาย ช่วยหนูด้วย!”
เสี่ยวอวี่ถูกพี่สุ่ยอุ้มอยู่ในอ้อมแขนจนแทบเสียสติ
พี่สุ่ยเห็นอย่างนั้นก็ยิ่งรัดเสี่ยวอวี่แน่นขึ้น “เด็ก ๆ ไม่ร้องไห้น่ารักกว่า หุบปากซะ”
