เกรงว่าหากพวกเขาอ่อนแออย่างที่ข้อมูลระบุไว้จริง แค่ปล่อยให้เธอขึ้นรถ ครอบครัวของเขาก็คงต้องตายด้วยน้ำมือสาวน้อยที่ดูไม่มีพิษมีภัยคนนี้กันหมด
ที่แท้หม่าเสี่ยวเหว่ยพล่ามอยู่นาน ก็หมายตารถบ้านของพวกเขานี่เอง
หลินหร่านนึกขำ หน่วยเสินเฟิงนี่วางแผนได้ดีจริง ๆ
ไม่กลัวว่าท้องจะเล็กจนกินไม่ไหวหรือไง
หลินหร่านถอนสายตา ก่อนเหลือบมองหม่าเสี่ยวเหว่ยอย่างเย็นชาแล้วพูดว่า “ไม่ได้เรื่อง ถ้าร่างกายไม่แข็งแรงก็อยู่บ้านสิ ออกมาทำไม?
อีกอย่าง เธอจะหนาวหรือไม่หนาวมันเกี่ยวอะไรกับฉัน ไม่ใช่เพื่อนร่วมทีมฉันสักหน่อย”
พูดจบ หลินหร่านก็เลื่อนกระจกหน้าต่างขึ้นอย่างไม่ไว้หน้า
จากนั้นรูดม่านปิด บดบังสายตาชวนรำคาญจากด้านนอก
หม่าเสี่ยวเหว่ยเดือดดาลกับความไร้มารยาทของหลินหร่าน พลังพิเศษรวมตัวขึ้นที่มือซ้าย เตรียมซัดใส่รถบ้านของพวกเธอ
ชายหัวโล้นรีบคว้าตัวหม่าเสี่ยวเหว่ยไว้ “พี่หม่า อย่าทำเลย คนที่ยื่นหน้าออกไปก่อนมักโดนยิง ตอนนี้อย่าเพิ่งหาเรื่องจะดีกว่า”
“ไม่ได้ พวกมันกล้าทำกับฉันแบบนี้
วันนี้ฉันต้องทำให้นังนั่นได้เห็นดีกัน ให้มันคุกเข่าขอขมาฉัน
แค่ผู้ใช้พลังสายฟ้าระดับสองแท้ ๆ มีสิทธิ์อะไรมาวางท่าอวดดี”
“พี่หม่า อย่าหาเรื่องเลย พี่หม่า...”
“พวกนายทำอะไรกันอยู่?”
ท่าทีเอะอะของทั้งสองดึงดูดหลู่อี้เจ๋อให้เดินเข้ามา
เขามองชายสองคนที่กำลังอาละวาดหน้ารถบ้านของหลินหร่านอย่างไม่พอใจ แรงกดดันจากพลังพิเศษแผ่เข้าใส่พวกเขาอย่างไม่ปรานี
เขาบอกแล้วว่าจะคุ้มครองหลินหร่านกับพวกเธอ ก็ต้องคุ้มครองให้ได้
