ทางด้านหลินหร่าน พวกเธอขับรถกลับมาที่ลานบ้านเล็ก ๆ ของจางฮวนอีกครั้ง
เด็ก ๆ เพิ่งกินมื้อกลางวันกันไปได้ไม่นาน แต่เพราะเด็กเล็กใช้พลังงานมาก พอเล่นกันในลานได้ไม่เท่าไรก็เริ่มรู้สึกท้องว่างอีกแล้ว
ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็รู้ความ ไม่เคยบอกพี่ฮวนกับคนอื่น ๆ ว่าหิวพร่ำเพรื่อ
แม้แต่เสี่ยวหย่วนที่เด็กที่สุดก็ยังรู้ว่าถ้าหิวให้ดื่มน้ำเยอะ ๆ อย่าสร้างความลำบากให้ผู้ใหญ่
เพราะพี่ฮวนกับคนอื่น ๆ รับพวกเขามาเลี้ยง ก็แบกรับภาระหนักมากอยู่แล้ว
พวกเขาเป็นครอบครัวเดียวกัน ต้องเข้าใจกันและกัน
จู่ ๆ เด็ก ๆ ก็ได้ยินเสียงแตรรถดังมาจากนอกลาน
เสี่ยวเสี่ยวซึ่งเป็นเด็กโตที่สุดในกลุ่มรีบตะโกนเข้าไปในบ้านทันทีว่า “พี่ฮวน พี่ซิ่วซิ่ว มีรถมาข้างนอกค่ะ”
ไม่นาน ผู้ใหญ่ในบ้านก็พากันเดินออกมา
เพราะตอนกลางวันทุกคนกลับมากินข้าวกัน ตอนนี้คนส่วนใหญ่ในทีมของจางฮวนจึงกลับมาแล้ว ยังมีบางคนออกไปหาของป่า หรือไม่ก็ยังอยู่ในเขตดี
ทุกคนมารวมตัวกันในลาน เปิดประตูอย่างระมัดระวัง แล้วก็เห็นหลินเจ๋อยืนอยู่หน้ารถตู้
“พี่ฮวน ในที่สุดก็ออกมาเปิดประตูแล้วนะครับ”
“เสี่ยวเจ๋อ ที่แท้ก็พวกเธอนี่เอง”
“นี่ไม่ใช่ผู้มีพระคุณหรอกหรือ?”
“ผู้มีพระคุณ เป็นคุณจริง ๆ ด้วย ดีจังเลย”
หญิงสาวสองสามคนที่กลับมาทีหลังและเคยได้รับการช่วยเหลือพร้อมกับจางฮวน ต่างตื่นเต้นจนเก็บอาการไม่อยู่เมื่อเห็นหลินเจ๋อ
หลินเจ๋อยิ้มอย่างกระดากใจ “ผม... ผมชื่อหลินเจ๋อ ต่อไปไม่ต้องเรียกผมว่าผู้มีพระคุณหรอก พวกเราเป็นเพื่อนกันทั้งนั้น”
