“หึ ไอ้ปลาซิวปลาสร้อย”
นึกว่าจะเก่งสักแค่ไหน ที่แท้ก็มีแค่นี้
ตอนแรกหลินเจ๋อยังไม่ค่อยกล้าลงมือ เขาเคยฆ่าซอมบี้ เคยฆ่าสัตว์กลายพันธุ์ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ฟันคน
คนพวกนี้มีชีวิตจริง ๆ
แต่เขารู้ดีว่าเมื่อต่อสู้กัน ไม่เจ้าตายก็ข้าตาย ยิ่งไปกว่านั้น คนพวกนี้ยังเป็นพวกยอมตายได้ทุกเมื่อ
หลินเจ๋อไม่ใช่คนใจบุญ เขาไม่คิดเมตตาพร่ำเพรื่อ
พอปะทะกันได้ไม่กี่กระบวนท่า เขาก็ตวัดดาบลงมือ ชายคนหนึ่งล้มลงกับพื้น
หลินหร่านจับตาดูทางหลินเจ๋ออยู่ตลอด เมื่อเห็นเขาลงมือแล้วก็วางใจ หันไปจัดการทางฝั่งตัวเองอย่างเต็มที่
วันสิ้นโลกคือบททดสอบของทุกคน คนใจบุญอยู่รอดได้ไม่นานหรอก
น้องชายไม่ใจอ่อนแบบนี้ก็ดีแล้ว
ไม่ไกลจากจุดต่อสู้ ลั่วเซียงซือถูกมัดติดกับต้นไม้แน่นหนา
ชายที่ถูกแขวนไว้บนต้นไม้ห่างจากเธอไม่ถึงหนึ่งเมตรก็เป็นคนคุ้นหน้าของหลินหร่าน เย่หนิง
เสื้อผ้าบนร่างลั่วเซียงซือแทบจะเรียกว่าไม่ได้สวม รอยแดงชวนให้คิดลามกปกคลุมไปทั่วตัว เธอมองเย่หนิงที่อยู่บนต้นไม้ด้วยความเคียดแค้น ก่อนตวาดว่า “ห้ามมองอีก! ถ้ายังมอง ฉันจะให้พวกเขาควักลูกตานาย!”
สภาพของเย่หนิงตอนนี้ก็ไม่ได้ดีไปกว่าลั่วเซียงซือเท่าไรนัก ทั้งตัวหนังถลอกปอกเปิก ศีรษะแตกเลือดไหล
เห็นได้ชัดว่าโดนซ้อมมาอย่างหนัก
เขาเหลือบตามองลั่วเซียงซือ แววตาเย็นเยียบ
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมแสงจันทร์ขาวในความทรงจำของเขาถึงกลายเป็นคนแบบนี้ไปได้
ไม่นานหลังจากคลื่นความร้อนเริ่มขึ้น พวกเขาก็ติดต่อกันไม่ได้ แต่เย่หนิงยังคงเป็นห่วงเธอ คอยกังวลทั้งวันทั้งคืนจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ
