เมื่อสังเกตเห็นความเคลื่อนไหวของเฉียวเยว่ ชายหัวโล้นที่นั่งกินแครกเกอร์อัดแท่งอยู่ข้างพวกเขาก็หดม่านตาวูบ
เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ได้แต่มองเฉียวเยว่กำลังจะบีบหัวตุ๊กตา
เขาฝืนข่มความกลัว ก่อนเอ่ยเตือนอย่างระมัดระวัง “เยว่เยว่ พี่หม่าไม่ได้ตั้งใจหรอก คงโมโหจนขาดสติไปชั่ววูบ”
“แต่เขาน่ารำคาญนี่ ฉันเริ่มไม่ชอบเขาแล้ว”
เฉียวเยว่ยื่นปากเล็ก ๆ มองหม่าเสี่ยวเหว่ยที่นอนอยู่บนพื้นอย่างรังเกียจ
มือของเธอยังคงวางอยู่บนหัวตุ๊กตา ท่าทางอันตรายไม่เปลี่ยน
“หม่าเสี่ยวเหว่ย รีบขอโทษเยว่เยว่ซะ”
ชายหัวโล้นรีบเข้าไปเตะหม่าเสี่ยวเหว่ยอย่างแรง
“รีบขอโทษสิ อยากตายหรือไง?”
หม่าเสี่ยวเหว่ยเองก็รู้แล้วว่าสถานการณ์ร้ายแรงแค่ไหน เขาฝืนกลั้นความเจ็บ คุกเข่าลงกับพื้นแล้ววิงวอน “เยว่เยว่ ฉันผิดไปแล้ว
ฉันไม่ควรบังคับให้เธอทำอะไรทั้งนั้น เป็นความผิดของฉันเอง
ขอร้องล่ะ ปล่อยฉันไปเถอะ”
เมื่อเห็นสภาพน่าเวทนาของหม่าเสี่ยวเหว่ย แววตาของเฉียวเยว่ก็ไม่หวั่นไหวแม้แต่น้อย
มือของเธอกำลังลูบเล่นอยู่บนคอตุ๊กตา
พลางคิดว่าจะบิดคอมันในท่าไหนถึงจะเหมาะ
จู่ ๆ ดวงตากลมโตพร่าเลือนของเฉียวเยว่ก็เหลือบไปทางด้านหลังค่าย แววตาวูบไหว ก่อนมือที่กำลังทรมานตุ๊กตาจะหยุดลง
“ก็ได้ วันนี้ฉันจะปล่อยนายไปก่อน”
เฉียวเยว่พูดอย่างผิดหวัง
เธอชอบของเล่นที่เชื่อฟัง หากพบว่าของเล่นชิ้นไหนน่ารำคาญขึ้นมานิดหน่อย
เธอก็จะทำลายมันโดยไม่ลังเล
แต่วันนี้ทำไม่ได้ มีคนกำลังมา
หม่าเสี่ยวเหว่ยรอดตายหวุดหวิด เขาขอบคุณเฉียวเยว่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
