วันนี้สิ่งที่ปลุกหลินหร่านให้ตื่นไม่ใช่เสียงกรนของเยว่อิ่ง แต่เป็นเสียงฝนพรำจากด้านนอก
เธอพบว่าทุกครั้งที่ตื่นขึ้นมา คนแรกที่มองหามักเป็นเจียงเฉินเสมอ
เขานั่งเงียบ ๆ อยู่บนโซฟา แต่ดวงตาคู่นั้นจับจ้องมาที่เธอตลอดเวลา
“อรุณสวัสดิ์ เจียงเฉิน”
เจ้าเหมียวตัวน้อยในอ้อมแขนของเจียงเฉินก็ยืดเส้นยืดสาย หลินหร่านจึงทักมันด้วย “อรุณสวัสดิ์ เจ้าเหมียวน้อย”
“เมี้ยว~”
เจ้าเหมียวน้อยร้องตอบอย่างมีมารยาท
เยว่อิ่งนอนหลับสนิทเป็นพิเศษ ยังคงนอนกรนอยู่บนแท่นพักเท้า
หลินหร่านลุกขึ้นยืน แล้วเปิดม่านกันแสงผืนหนาออก ด้านนอกฝนเริ่มตกแล้วจริง ๆ
สายฝนหนาแน่นถักทอเป็นม่านน้ำทึบ แม้สายตาของผู้มีพลังพิเศษจะได้รับการเสริมความแข็งแกร่ง หลินหร่านก็ยังมองเห็นได้ไกลสุดเพียงสิบเมตร
ฝนตกหนักและถี่เหลือเกิน
เธอเปิดหน้าต่าง ปล่อยลมธรรมชาติอันเย็นสบายจากด้านนอกพัดเข้ามา แล้วยืนอยู่ริมหน้าต่าง ดื่มด่ำกับสัมผัสของสายลมที่พัดผ่านร่าง
เธอไม่ได้สัมผัสลมเย็นแบบนี้มานานแล้ว
“เจียงเฉิน ต่อจากนี้ไปอีกนาน เราคงไม่ต้องเปิดแอร์แล้วล่ะ ลมจากแอร์นี่ทำเอาคนไม่สบายตัวจริง ๆ”
เจียงเฉินไม่รู้ว่าแอร์คืออะไร แต่ฟังจากน้ำเสียงของเธอแล้ว เขาก็รู้ว่าเธอกำลังมีความสุข
เมื่อเห็นว่าอารมณ์ของเธอดูดี เจียงเฉินจึงรวบรวมความกล้าลุกจากโซฟา เดินไปยืนข้างหลินหร่าน แล้วมองออกไปไกลผ่านม่านฝนหนาทึบ เลียนแบบเธอ
เขามองหยาดฝนที่ตกลงมาจากฟากฟ้า ก่อนจะยื่นมือออกไปอย่างอยากรู้อยากเห็น
“อย่าแตะ!”
หลินหร่านรีบห้ามเจียงเฉินที่กำลังจะทำอะไรโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง “ฝนที่ตกลงมาในช่วงสองสามวันแรกมีพิษ ห้ามสัมผัสโดยตรง แล้วก็ห้ามดื่มด้วย”
