หลินหร่านมีความรู้สึกดีต่อทหารมาก พอเห็นเขากำลังจะไปก็รีบถามว่า “คุณไม่ใช่ทหารที่เฝ้าประตูฐานที่มั่นหรือคะ? ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ”
อู๋จื้อเฉิงนึกไม่ถึงว่าจะมีคนรู้จักเขาอยู่ที่นี่
เมื่อได้ยินสาวสวยคนหนึ่งถามตัวเอง เขาก็เกาหัวอย่างเขินอาย
“ผมนิสัยไม่ดี ทนเห็นพวกนั้นวางอำนาจบาตรใหญ่ ทำตัวกร่างไม่ได้ ก็เลยถูกส่งมาที่เขตดี”
อู๋จื้อเฉิงพูดอย่างไม่ใส่ใจ แต่หลินหร่านรู้ว่าเขาคงลำบากไม่น้อย
ความรู้สึกดีที่หลินหร่านมีต่อเขาค่อย ๆ เพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว
แม้เขาจะถอดเครื่องแบบทหารออกแล้ว แต่ก็ยังคงความมีเมตตาและความรับผิดชอบของทหารเอาไว้
อู๋จื้อเฉิงพูดต่อว่า “ถึงสภาพความเป็นอยู่ในเขตดีจะไม่ดีเท่าข้างนอก แต่พวกเราไม่ต้องถูกผูกมัดอยู่ที่นี่ ไม่ต้องเป็นหมารับใช้ให้คนพวกนั้น ชีวิตของพวกพี่น้องก็ดีกว่าเมื่อก่อนเยอะ”
หลินหร่านถามว่า “พี่น้องของคุณมาอยู่ที่นี่กันเยอะเลยเหรอคะ?”
“ใช่ครับ เป็นพวกพี่น้องทหารทั้งนั้น พวกเรานิสัยห่าม ไม่รู้จักประจบประแจง แถมทนท่าทีของคนพวกนั้นไม่ได้ สุดท้ายก็เลยถูกส่งมาที่นี่กันหมด”
หลินหร่านครุ่นคิด นึกไม่ถึงเลยว่าในเขตดีจะมีกลุ่มคนแบบนี้อยู่ด้วย
หลินเจ๋อได้ยินแล้วนับถือพวกเขาสุดใจ เขาหยิบบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปสองห่อออกจากกระเป๋าเป้แล้วยื่นให้ “ขอคารวะคุณลุงทหารครับ พวกคุณยอดเยี่ยมจริง ๆ เพื่อแสดงความนับถือ ผมขอมอบบะหมี่สองห่อนี้ให้ครับ”
