วันรุ่งขึ้น หลินหร่านปล่อยตัวเองนอนจนตื่นเองตามธรรมชาติ
พอลุกจากเตียง ฟ้าก็สว่างจ้าแล้ว
เธอเหลือบมองนาฬิกาปลุกข้างเตียง เห็นว่าเป็นเวลา 9 โมงครึ่ง ก็ยังไม่ถือว่าสาย
เยว่อิ่งหายจากอาการง่วงซึมแล้วจริง ๆ
ตอนนี้มันยืนอยู่บนหมอนของหลินหร่าน จ้องเธอด้วยดวงตากลมโตของแมว
ท่าทางราวกับกำลังตำหนิว่า ทำไมเธอยังไม่ลุกไปป้อนปลาเส้นให้มันเสียที
หลินหร่านอารมณ์ดี จึงลูบหัวอ้วน ๆ ของเยว่อิ่งเบา ๆ
“เยว่อิ่ง ดูเหมือนเธอจะอ้วนขึ้นอีกแล้วนะ แมวอ้วนก็ไม่ดีเหมือนกันใช่ไหม ลดน้ำหนักสักหน่อยดีหรือเปล่า”
“เหมียว——”
พอได้ยินคำว่าลดน้ำหนัก เยว่อิ่งก็ร้องเสียงแหลมขึ้นมาทันที
เหมียวไม่ต้องลดน้ำหนักสักหน่อย
เนื้อพวกนี้เหมียวอุตส่าห์กินทีละคำกว่าจะสะสมขึ้นมาได้ แล้วทำไมต้องลดด้วยล่ะ
เห็นเยว่อิ่งขนฟูชี้ฟู หลินหร่านก็อดขำในใจไม่ได้
เธอยื่นมือไปลูบปลอบมัน “ไม่ลดก็ไม่ลด อีกไม่กี่วันก็จะหนาวแล้ว ไขมันที่สะสมไว้ตอนนี้กำลังพอดีเลย”
“เหมียว~”
แบบนี้ค่อยยังชั่วหน่อย
พอได้ยินหลินหร่านพูดแบบนั้น เสียงร้องของเยว่อิ่งก็เปลี่ยนเป็นเสียงออดอ้อนน่ารักขึ้นมาทันที
หลินหร่านขำจนปวดท้องกับเยว่อิ่งที่เปลี่ยนสีหน้าเก่งตัวนี้
หลินหร่านเล่นกับมันต่ออีกสักพัก ถึงค่อยลุกจากเตียง
พอเปิดประตูห้องนอนออกไป กลับไม่เห็นเจียงเฉินอยู่บนโซฟาด้านนอก
หลินหร่านชะงักเล็กน้อย แล้วนึกได้ว่านี่น่าจะเป็นครั้งแรกที่เธอตื่นแล้วไม่เห็นเจียงเฉิน
ปกติเขามักจะนั่งรอเธออยู่ตรงนั้นเสมอ
หรือท่าทีของเธอเมื่อคืนจะทำให้เขาเสียใจ?
