เซนทิเนลยืนนิ่งราวกับถูกตรึงไว้ ตันอยู่ตรงทางเข้าดั่งกำแพงหนาทึบ ไม่มีท่าทีจะหลีกทางให้เธอเลยสักนิด
ซูเหยาแหงนคอจนแทบหัก
“คุณหนูผู้นำทาง ผมไม่ใช่หมาดีเชื่อง ๆ พวกที่ห้อมล้อมคุณแล้วก็ทำตามคำสั่งทุกอย่างหรอกนะ”
หลิงโน้มตัวลงมาเล็กน้อย ต่างหูแบบหัวขบถข้างหูขวาสะท้อนแสงเยือกเย็นไม่ต่างจากประกายในแววตา เขาเอ็ดเธออย่างจริงจัง
“อย่ามาออกคำสั่งกับผมด้วยน้ำเสียงวางอำนาจแบบนี้”
“ไม่งั้น…”
ซูเหยา “ไม่งั้นจะทำไม”
รูม่านตาของหลิงหดตัวตั้งตรงในทันใด พร้อมกับเสียงคำรามเกรี้ยวกราด ร่างวิญญาณของเขา ไดโนซูคัสแห่งยุคครีเทเชียสขนาดมหึมา อ้าปากกว้างน่าสะพรึงกลัวขู่คำรามใส่ซูเหยาอย่างน่าหวาดหวั่น
ไดโนซูคัสคือจระเข้ยักษ์ มีแรงกัดสูงถึง 100,000 นิวตันอย่างน่าตกใจ แม้แต่กะโหลกของทีเร็กซ์ยังถูกขยี้แตกในพริบตา
หลิงเรียกร่างวิญญาณกลับ “ไม่งั้นผมก็งับคอคุณหักในคำเดียว”
เขานึกว่าพอขู่แบบนี้ซูเหยาจะสงบเสงี่ยมขึ้นมาก แต่ด้านหน้ากลับเงียบกริบ ไม่มีเสียงของหัวไชเท้าเตี้ยสักแอะ
หลิงก้มลงมองด้วยความงุนงง ซูเหยากำลังเชิดหน้าขึ้นอย่างดื้อรั้น จ้องมองเขาอย่างไร้อารมณ์
ชิไง ตกใจจนตัวแข็งหรือเปล่า
วินาทีต่อมา เสียงร่ำไห้ชนิดฟ้าถล่มดินทลาย หูดับตับไหม้ หัวใจสลาย ดังก้องฟ้า ก็ฟาดลงมายังหลิงราวกับสายฟ้า
หลิงแทบจะแก้วหูทะลุ
เขาเบิกตากว้าง “เธอร้องไห้ทำไม”
การได้ยินของเซนทิเนลนั้นยอดเยี่ยมมาก ในเวลาเดียวกัน ฉีไป๋ที่กำลังยุ่งกับการทำเค้กก้อนเล็ก ๆ ในครัว คิดว่าซูเหยาเกิดอะไรขึ้น ก็สวมผ้ากันเปื้อนตรงดิ่ง วิ่งหน้าตั้งเข้ามาทันที
เขาเขี่ยหลิงที่ขวางทางออกไปด้วยมือเดียว แล้วอุ้มซูเหยาขึ้นมาตรวจดูอย่างละเอียดทั่วตัว
