หอคอยเซนทิเนลภาคตะวันออกสาม หอสังเกตการณ์หมายเลข 1
คืนนี้ดวงจันทร์ดูกลมโตเป็นพิเศษ แม้แต่ชั้นเมฆหนาทึบที่เคยมีก็บางเบาและโปร่งใส
พื้นดินคลายความร้อนระอุของกลางวัน สายลมยามค่ำพัดโหมเข้าใส่ ส่งเสียงหวีดหวิวผ่านหอสังเกตการณ์ที่ตั้งปืนใหญ่และเรดาร์ตรวจจับอินฟราเรด
เสียงคำรามของมังกรที่ก้องกังวานและทรงพลังดิ่งลงมาจากฟากฟ้าเบื้องบน จุดดำเคลื่อนใกล้เข้ามาจากไกล มังกรน้อยที่ตื่นจากทะเลจิตตื่นเต้นและดีใจ พุ่งทะยานผ่านหมู่เมฆ
ในที่สุดมันก็ไม่ถูกขังอยู่ในแดนมรณะที่หายใจไม่ออกอีกต่อไป ได้ครอบครองท้องฟ้าและอิสรภาพอีกครั้ง
มังกรน้อยกระพือปีกบินกลับมาที่หอสังเกตการณ์ ย่อตัวเล็กลงเกาะบนบ่าของเสวียนหมิง เขายืนกอดอก ดวงตาสีม่วงทึมจ้องมองค่ำคืนที่มืดมิดเนิ่นนาน
เมื่อเทียบกับในรูป ผมสั้นสีดำของเขายาวขึ้นมาก ตัดไล่ระดับเป็นทรงหางหมาป่า แต่เสวียนหมิงไม่ชอบผมยาว
เขาเหลือไว้เพียงเปียสีดำเส้นเล็กหนึ่งเส้น พลิ้วไสวตามอำเภอใจท่ามกลางสายลม
เสวียนหมิงต้องการทวงความทรงจำที่หายไปกลับคืนมา
หลังจากผ่านไปครึ่งปีกว่า ได้กลับมายังภาคตะวันออกสามที่คุ้นเคยอีกครั้ง ช่วงเวลาแห่งการร่อนเร่และหลบหนีนั้นยังคงตามหลอกหลอนไม่หายไปไหน และยังมีเงามืดที่ถูกห่อหุ้มในรังไหมเอเลี่ยนฟอร์ม ถูกดูดเลือดและพรากสารอาหารทีละชั้น ๆ
สิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่าความตาย คือการได้รู้สึกว่าชีวิตของตัวเองค่อย ๆ เลือนหายไปต่อหน้าต่อตา
การพบเจอของมนุษย์ เป็นเรื่องบังเอิญ หรือโชคชะตา?
ใช่แล้ว เสวียนหมิงคิดว่าตนเองจะไม่ได้เห็นแสงอาทิตย์อีกแล้ว
ประตูหอสังเกตการณ์ถูกผลักเปิด หลิงสวมชุดซ้อมรบสีดำเดินเข้ามา เขามีวินัยในตนเองมาก ต่อให้คืนนี้ทุกคนเลือกที่จะพักผ่อน เขาก็ไม่เคยละเลยการฝึก