ครึ่งชั่วโมงต่อมา
เยี่ยฉามองแว่ยหลานที่สงบอารมณ์ลงแล้ว
เธอใช้แขนเสื้อเช็ดหางตา พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้เศร้าสร้อย ก่อนเอ่ยถามสิ่งที่ค้างคาใจ
“พี่คะ จนถึงตอนนี้ฉันก็ยังไม่อยากเชื่อว่าพี่เขยเสียสละชีวิตแล้ว เขาคือเงามังกรที่แข็งแกร่งที่สุดของกองทัพชาติมังกร เป็นหัวหน้าของเครื่องจักรสังหารพวกนั้น”
แว่ยหลานพูดทั้งที่ยังหลับตา “ผู้บัญชาการสูงสุดของกองทัพกับหว่อยิ่งต่างก็ยืนยันแล้ว จะไม่เชื่อได้หรือ?”
“แต่ทหารรับจ้างสามคนนั้นโผล่มาอย่างกะทันหัน จากรูปขบวนของพวกเขา ฉันดูออกว่ากำลังจับกุมฉันกับเทียนเอ๋อร์ เรื่องนี้...ทำให้ฉันได้ข้อมูลสำคัญสองอย่าง”
“อย่างแรก พวกเขาไม่รู้ว่าฉันเป็นเทพีหลาน อย่างที่สอง พวกเขาต้องการจับเป็น คำสั่งที่ได้รับคงเป็นให้จับตัว ไม่ใช่ฆ่า”
“นี่พิสูจน์ว่าฉันกับเทียนเอ๋อร์มีประโยชน์อย่างมากต่อคนบางกลุ่ม แต่ฉันรู้ว่าประโยชน์เดียวของแม่ลูกอย่างเราคือใช้เป็นตัวประกันเพื่อข่มขู่พี่เขยของเธอ หรือไม่ก็กองทัพชาติมังกร แต่โอกาสที่จะเป็นกองทัพนั้นมีน้อยมาก”
“อะไรนะ?” เยี่ยฉาตกใจจนเกือบขับรถตกลงไปในหุบเขา เธอรีบประคองพวงมาลัยให้มั่น “พี่...พี่หมายความว่าพี่เขยอาจยังไม่ตายจริง ๆ เหรอ?”
แว่ยหลานลืมตาขึ้นทันที ก่อนประกายในดวงตาจะฉายแววเย็นเยียบ “ตอนนี้ฉันยังยืนยันไม่ได้ ฉันกับพี่เขยของเธอมีรหัสลับ รอได้เพียงให้มันปรากฏขึ้นมาเอง”
“ถ้ารหัสลับปรากฏ ฉันก็จะยืนยันได้ว่าพี่เขยของเธอยังไม่ตาย แต่ถ้ามันไม่ปรากฏขึ้นมาเลย ก็พิสูจน์ได้เพียงว่าพี่เขยของเธอจากไปตลอดกาล...”
แว่ยหลานไม่พูดต่อ เพียงกลืนน้ำลายครั้งหนึ่งแล้วหันหน้าออกไปนอกหน้าต่าง
เธอนิ่งเงียบและครุ่นคิดไปด้วย กองทัพมีแผนของกองทัพ ส่วนเธอก็มีแผนของตัวเอง สามีของเธอ แว่ยหลาน ไม่ใช่คนที่ใครจะฆ่าได้ง่าย ๆ
ไม่มีใครรู้ว่าเธอกับหลวบตงเฉินมีรหัสลับ เธอหวังว่ามันจะปรากฏขึ้นโดยเร็ว นี่เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่เธอพาลูกชายมาที่ต่างประเทศ
กองทัพอยู่ในที่แจ้ง ส่วนเธออยู่ในที่ลับ
