“ไม่มี”
เจียเหยาส่ายหน้า “ข้าส่งคนไปสืบดูตั้งนานแล้ว ไม่มีทางผ่านเลย! เจ้าเลิกคิดจะอ้อมไปทางเส้นทางเล็กเพื่อไปยังด้านหลังของกองทัพศัตรู แล้วตัดเสบียงพวกมันเสียเถิด...”
เพียงอวิ๋นเจิงถามคำถามนี้ เจียเหยาก็เดาความคิดของเขาออกแล้ว
ทางด้านนั้นไม่เพียงไม่มีเส้นทางเล็ก แม้แต่การฝืนปีนข้ามแนวเขาก็ยังแทบเป็นไปไม่ได้
บริเวณนั้นเต็มไปด้วยหน้าผาสูงชัน ยังไม่ต้องพูดถึงว่าจะลำเลียงเสบียงอย่างไร ต่อให้มีเสบียงแห้งเพียงพอให้ประทังชีวิต หากส่งคนไปปีนเขาหนึ่งหมื่นคน แล้วมีผู้รอดชีวิตกลับมาสักสองสามพันคนก็นับว่าโชคดีแล้ว
แนวเขาแถบนั้น ทหารม้าไม่มีทางผ่านไปได้แน่นอน
มีแต่ต้องพึ่งทหารราบเท่านั้น
ด้วยความสูงชันของแนวเขาเหล่านั้น ต่อให้เคลื่อนทัพใหญ่ไป ก็อาจต้องใช้เวลาถึงสองเดือนกว่าจะข้ามไปได้
จะมีผู้ใดพกเสบียงแห้งมากพอให้กินได้นานหลายเดือนกันเล่า?
เพื่อให้มีผู้บาดเจ็บล้มตายน้อยที่สุด อวิ๋นเจิงถึงกับสรรหาทุกวิถีทาง
เมื่อได้ฟังคำพูดของเจียเหยา ความหวังริบหรี่ในใจอวิ๋นเจิงก็พลันดับสูญ
อวิ๋นเจิงแค่นยิ้มขื่น ก่อนถามเจียเหยาอีกครั้ง “แผนการที่เจ้าอยากบอกข้าเมื่อครู่ คือส่งกองกำลังส่วนหนึ่งไปเป็นเหยื่อล่อใช่หรือไม่?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เจียเหยาก็ใจสะท้าน จากนั้นจึงฝืนยิ้มพลางพยักหน้า
ดูท่าอวิ๋นเจิงจะนึกถึงแผนเอาชนะศัตรูที่นางคิดไว้ได้ตั้งนานแล้ว
ก็จริง ในเมื่อแม้แต่นางยังคิดออก แล้วเขาจะคิดไม่ถึงได้อย่างไร?
นางพ่ายแพ้ให้แก่อวิ๋นเจิงครั้งแล้วครั้งเล่า นับว่าไม่เสียทีเลย
จู่ ๆ เจียเหยาก็รู้สึกประหนึ่งถูกอวิ๋นเจิงโจมตีอีกครั้ง
“เหยื่อล่อ?”
เสิ่นลั่วเยี่ยนกับเมี่ยวอินมองทั้งสองคนอย่างฉงน
