อุทยานหลวง
หลังเสร็จสิ้นการประชุมขุนนางในท้องพระโรง ฮ่องเต้เหวินมีรับสั่งให้คนไปแจ้งอวิ๋นลี่ แล้วให้เขามาเดินเล่นเป็นเพื่อน
สองพ่อลูกเดินนำอยู่ด้านหน้า ส่วนมู่ซุ่นและคนอื่น ๆ จงใจเว้นระยะห่างจากทั้งคู่เล็กน้อย
“ชุยเหวินจิ้งยังไม่ยอมสารภาพหรือ?”
ฮ่องเต้เหวินไพล่พระหัตถ์ไว้เบื้องหลัง ขมวดพระขนงตรัสถามอวิ๋นลี่
“ยังพ่ะย่ะค่ะ”
อวิ๋นลี่ส่ายหน้าเบา ๆ “ชุยเหวินจิ้งไม่ยอมอ่อนข้อให้ทั้งไม้แข็งและไม้อ่อน ไม่ยอมเปิดโปงพวกพ้องของเขาเสียทีพ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้เหวินตรัสว่า “ในเมื่อชุยเหวินจิ้งไม่ยอมพูด เช่นนั้นก็เปลี่ยนวิธีเถิด!”
เปลี่ยนวิธีหรือ?
อวิ๋นลี่มองฮ่องเต้เหวินอย่างฉงน “เสด็จพ่อมีแผนการอันใดหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
“แผนการแยบยลนั้นไม่มี แต่มีแผนการโง่เขลาอยู่แผนหนึ่ง”
ฮ่องเต้เหวินแย้มพระสรวล “เหล่าลิ่วเคยเล่นงานเจ้าไม่ใช่หรือ? เจ้าก็ใช้ชุยเหวินจิ้งเล่นงานเขาบ้างสิ! ให้เขานำเงินมาไถ่ตัวชุยเหวินจิ้งกับครอบครัว!”
หืม?
เมื่อได้ฟังคำของฮ่องเต้เหวิน อวิ๋นลี่พลันใจเต้นขึ้นมา
ทำเช่นนี้ก็ได้ด้วยหรือ?
“แผนของเสด็จพ่อช่างแยบยลยิ่งนัก!”
อวิ๋นลี่กล่าวประจบฮ่องเต้เหวินก่อน แล้วเอ่ยอย่างกังวลว่า “แต่กระหม่อมเกรงว่าเหล่าลิ่วจะไม่ยอมจ่ายเงินไถ่คนพ่ะย่ะค่ะ!”
ฮ่องเต้เหวินส่ายพระพักตร์พร้อมแย้มพระสรวล “หากเขาไม่ยอมจ่ายเงินไถ่คน ก็ย่อมกังวลว่าชุยเหวินจิ้งจะเปิดโปงคนของเขาที่แทรกซึมอยู่ในเมืองหลวงจนหมด เมื่อเป็นเช่นนั้นก็มีแต่ต้องหาทางฆ่าปิดปาก!”
ฆ่าปิดปากหรือ?
อวิ๋นลี่ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเข้าใจขึ้นมาทันที “เสด็จพ่อหมายถึงล่อให้งูออกจากรูหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
