ขณะที่อวิ๋นเจิงกำลังจัดเตรียมการอย่างรัดกุม เจียเหยาก็นำกำลังซุ่มซ่อนมาหลายวันแล้ว
ระหว่างเฝ้ารอความเคลื่อนไหวของกองเรือศัตรูอย่างอดทน เจียเหยายังวางแผนการที่บ้าบิ่นยิ่งกว่าเอาไว้ในใจ
ทว่าแผนการที่บ้าบิ่นยิ่งกว่านั้นย่อมต้องรอให้กำลังเสริมของศัตรูถูกกวาดล้างเสียก่อน จึงค่อยลงมือ
เจียเหยาสงบจิตใจ หันไปถามฉีฉีเก๋อว่า “กองทัพศัตรูในเมืองหลงชิ่งยังไม่มีความเคลื่อนไหวหรือ?”
“ไม่มี!”
ฉีฉีเก๋อตอบว่า “สายสืบรายงานว่า ประตูเมืองหลงชิ่งปิดสนิท ไม่มีทีท่าว่าจะขัดขวางกำลังลวงที่บุกโจมตีจากแนวหน้าของพวกเราเลย”
“พวกมันทนรอได้จริง ๆ!”
เจียเหยาแค่นเสียงเบา ๆ “เพิ่มคนออกไปสืบข่าวทางเสวียนกุยให้มากขึ้น! อีกอย่าง แจ้งกำลังพลแนวหน้าให้สร้างเครื่องยิงหินในค่ายต่อไป ทำให้เกิดความเคลื่อนไหวมากเข้าไว้ แต่ห้ามปล่อยให้สายสืบของศัตรูเข้าใกล้ จนล่วงรู้สภาพที่แท้จริงของค่ายเป็นอันขาด!”
ยิ่งแนวหน้ามีความเคลื่อนไหวใหญ่โตเท่าใด ก็ยิ่งทำให้ศัตรูตายใจได้มากเท่านั้น
นางต้องการให้ศัตรูเชื่อมั่นว่าพวกตนจะบุกโจมตีเมืองหลงชิ่งอย่างเต็มกำลัง
“รับคำสั่ง!”
ฉีฉีเก๋อรับคำแล้วจากไปทันที
ฉีฉีเก๋อเพิ่งจากไป เสิ่นควนก็เข้ามารายงานอีกคน “ฮูหยินเจียเหยา พวกเราเพิ่งจับชาวราชวงศ์หลีสองสามคนที่เข้าไปเก็บสมุนไพรบนเขาได้ จากปากพวกเขา เราทราบว่าเบื้องหน้าไปอีก 40 ลี้มีหุบเขาแห่งหนึ่ง ภายในมีเมืองใหญ่พอสมควร พวกเราจะ...”
“ไม่ต้อง!”
เจียเหยาส่ายหน้าตัดบทเสิ่นควน “เมืองเล็ก ๆ แห่งหนึ่งจะยึดหรือไม่ยึดก็ไม่ส่งผลอันใด หากมีคนหลบหนีไปได้ อาจทำให้ศัตรูคาดเดาเจตนาของพวกเราออก!”
