ตลอดทั้งวัน สายตาที่โหลวอี้มององครักษ์ส่วนตัวรอบกายล้วนแปลกไปเล็กน้อย
องครักษ์บางคนสังเกตเห็นความผิดปกติในแววตาของโหลวอี้ ทว่าก็มิได้คิดอะไรมาก เพียงนึกว่าอวิ๋นเจิงสร้างแรงกดดันให้โหลวอี้มากเกินไป
พวกเขาหารู้ไม่ว่า โหลวอี้คิดสังหารพวกเขามานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว
โหลวอี้อยากสังหารคนจริง ๆ
ถึงขั้นเคยเกิดความคิดบ้าคลั่งว่า จะสังหารองครักษ์ข้างกายให้หมด
แต่สุดท้ายเขาก็ยังข่มใจไว้ได้
กระทั่งเที่ยงวันถัดมา หน่วยสอดแนมที่ออกไปตรวจดูความเคลื่อนไหวของกองทัพศัตรูอีกสายหนึ่งก็กลับมาในที่สุด
ทว่า หน่วยสอดแนมกลับนำข่าวที่ไม่มีใครคาดคิดกลับมาด้วย
กองทัพอีกสายหนึ่งของอวิ๋นเจิงมิได้เคลื่อนอ้อมเข้าไประหว่างอีอูกับกุยเป้ย หากมุ่งหน้าเข้าใกล้อีอูโดยตรง ท้ายที่สุดก็ไปตั้งค่ายอยู่ห่างจากอีอูราว 30 ลี้ โดยมีต้นน้ำของแม่น้ำอวี้ไต้เป็นแนวหลัง
เมื่อได้รับข่าวนี้ ไม่ว่าจะโหลวอี้หรือสองพ่อลูกเถี่ยสยงต่างก็พากันตะลึงงัน
เป้าหมายของกองทัพอีกสายหนึ่งของอวิ๋นเจิง ดูเหมือนจะเป็น…อีอูหรือ?
เสียสติไปแล้วกระมัง!
อวิ๋นเจิงคงมิได้คิดจะให้กองทัพทั้งสามสายบุกพร้อมกันจริง ๆ หรอกนะ?
พวกเขาไม่เข้าใจเลยว่าอวิ๋นเจิงทำเช่นนี้ไปเพื่อสิ่งใด
กองทัพอีกสายหนึ่งมีกำลังพลไม่มากนัก เพียงราวสองหมื่นนาย
แม้อีอูจะมีทหารทาสจากบรรดาเผ่าทางตะวันตกของทะเลทรายเพียงสองหมื่นนาย แต่กองทัพศัตรูที่มีมากกว่าสองหมื่นนายนี้ หากคิดยึดอีอูให้ได้ในเวลาอันสั้น ย่อมเป็นไปไม่ได้แน่นอน
อวิ๋นเจิงคงมิได้คิดอย่างไร้เดียงสาว่ากำแพงเมืองอีอูมีไว้ประดับกระมัง?
