รุ่งเช้าวันถัดมา โหลวอี้ก็ถูกคนปลุกให้ตื่น
“ขุดดินหรือ?”
เมื่อได้ฟังรายงานจากกองทหารองครักษ์ โหลวอี้ก็อดงุนงงไม่ได้
ยามเช้าตรู่เช่นนี้ กองทัพศัตรูไม่บุกโจมตี กลับขุดดินอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของพวกเขาหรือ?
หรือว่าอวิ๋นเจิงคิดจะขุดอุโมงค์เข้ามาใกล้กำแพงเมืองของพวกเขา แล้วค่อยบุกโจมตี?
แม้จะเป็นวิธีหนึ่งเช่นกัน แต่ระยะทางไกลถึงเพียงนี้ ต้องใช้เวลาขุดนานเพียงใดกว่าจะมาถึง?
อีกอย่าง หากจะขุดก็ควรขุดจากด้านหน้า ไฉนจึงเริ่มจากทางตะวันตกเฉียงใต้ได้?
ผิดปกติ!
โหลวอี้ไม่มีเวลาครุ่นคิดต่อ รีบสวมเสื้อผ้าแล้วพุ่งออกจากกระโจมทันที
ไม่นานนัก โหลวอี้ก็ขึ้นไปสังเกตการณ์บนหอธนู
ไกลออกไป ฝุ่นควันพลันตลบอบอวลทั่วผืนดินอีกครั้ง
โหลวอี้มองไม่เห็นว่ามีคนกำลังขุดอยู่มากเพียงใด แต่เพียงดูจากความเคลื่อนไหวนี้ คนที่ร่วมขุดคงมีไม่น้อย
ชวนฉงน!
โหลวอี้ฉงนใจยิ่งนัก
หลังครุ่นคิดครู่หนึ่ง โหลวอี้ก็ออกคำสั่งทันที “ส่งคนเข้าไปสืบใกล้ ๆ ดูให้รู้ว่ากองทัพศัตรูกำลังทำสิ่งใด!”
“กระหม่อมได้รับคำสั่งและส่งคนเข้าไปสืบแล้วพ่ะย่ะค่ะ” เถี่ยสยงขมวดคิ้ว “ตามหลักแล้ว คนที่ไปสืบควรกลับมาแล้ว แต่จนบัดนี้ยังไม่เห็นแม้แต่เงา กระหม่อมเกรงว่า...”
“เช่นนั้นก็ส่งคนไปสืบอีก!”
โหลวอี้ตัดบทเถี่ยสยง “ต้องสืบให้รู้ว่ากองทัพศัตรูกำลังทำสิ่งใด!”
ในสนามรบ การถูกสังหารของสายสืบเป็นเรื่องปกติ
ตายไปไม่กี่คนก็หาใช่เรื่องใหญ่ไม่
สายสืบชุดนี้ตายไป ก็ส่งอีกชุดไป!
ต้องสืบเจตนาของศัตรูให้กระจ่าง!
“พ่ะย่ะค่ะ!”
เถี่ยสยงรับคำสั่ง ก่อนสั่งให้คนไปถ่ายทอดคำสั่ง ส่งสายสืบออกไปอีกสองชุด
“จริงสิ สายสืบที่ส่งไปตรวจสอบความเคลื่อนไหวของกองทัพศัตรูทั้งสองปีกเมื่อวานยังไม่กลับมาอีกหรือ?”
ยามนี้โหลวอี้นึกถึงเรื่องเมื่อวานขึ้นมาได้
“ยังไม่กลับมาพ่ะย่ะค่ะ”
เถี่ยสยงเอ่ยอย่างกระอักกระอ่วน “กระหม่อมคาดว่า พวกเขาอาจประสบเคราะห์ร้าย หรือไม่ก็ยังไม่ทราบความเคลื่อนไหวสุดท้ายของศัตรู จึงยังอยู่ระหว่างสืบหา”
